ย่าสอนหลาน : ภูมิปัญญาอีสานในงานวรรณกรรม(2)


คราวที่แล้วผมได้สรุปแก่นความคิดจากวรรณกรรมเรื่องย่าสอนหลาน อันเป็นมรดกทางภูมิปัญญาของคนอีสานบ้านเฮาเอาไว้ ว่ามีอยู่หลายประเด็น คราวนี้จะขอเล่าถึงแต่ละประเด็นโดยละเอียด เพื่อให้เห็นถึง “แก่น” หรือ “วิสัยทัศน์” แห่งบรรพบุรุษอีสาน ว่าท่านมีความลึกซึ้งต่อโลกและชีวิตขนาดไหน

แนวทางที่ 1 ก็คือ ว่าด้วยการสอนให้ศึกษาเล่าเรียน ซึ่งเป็นสิ่งแรกสุดในวรรณคดีเรื่องย่าสอนหลาน โดยย่าได้ย้ำให้ลูกหลานทั้งหญิงชายเข้าเรียนเขียนอ่าน เพื่อจะได้มีความรู้ใส่ตัว เพราะความรู้นั้นทำให้สามารถประกอบกิจใดๆได้ก้าวหน้ารุ่งเรือง

ถ้าเป็นสมัยนี้ก็อาจเรียกได้ว่า อันวิชาความรู้นั้นเป็นสินทรัพย์เอาไปแปลงเป็นทุนได้ทันที มีปัญญาความรู้ก็เป็นเสมือนมีทุนก้อนใหญ่ที่ใช้ไม่หมด เอามาใช้ได้ทันที ไม่ต้องไปพึ่งธนาคาร
ย่าได้สอนบรรดาบักหำน้อยอีนางน้อยลูกหลานเป็นที่รักว่า

“…ฝูงปวงเจ้ายังเยาว์ บ่ทันใหญ่
อย่าได้ประมาทม้าง มัวเหล้นบ่ดีฯ
ให้ฮีบพากันเข้า โรงเรียนเขียนอ่าน หลานเอยฯ
อย่าได้คึดขี้คร้าน ความฮู้ให้หมั่นหาฯ
ให้พากันศึกษาฮู้ วิชาการกิจชอบ
ฮีบประกอบไว้ ไปหน้าสิฮุ่งเฮืองฯ…”

**ถ้าชอบใจเชิญอ่านต่อที่นี่ »

Web World Wars : สงครามโลกไซเบอร์

 

 หากมองดีลที่มีมูลค่ามหาศาลถึง 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่จบลงด้วยความล้มเหลว ระว่างสองยักษ์ใหญ่ในโลกอินเตอร์เน็ต คือ ยาฮู (Yahoo.com) กับ ไมโครซอฟท์ (Microsoft.com) สาเหตุภายนอกที่ผู้คนทั้งกลายไดรับรู้ทั่วไปก็คือ ยาฮูซึ่งเป็นฝ่ายถูกเสนอซื้อไม่ยอมรับราคาที่ไมโครซอฟท์เสนอให้ จึงเล่นชักเย่อกันพักใหญ่ ในที่สุดก็ประกาศล้มเลิกการซื้อขายกันไป

กิจกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างไมโครซอฟท์ยักษ์ใหญ่ กับยาฮูซึ่งก็เป็นยักษ์ใหญ่ดังกล่าว หากมองแค่ผิวหน้าก็เป็นเพียงการเจรจาซื้อขายหุ้นทางธุรกิจ ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาในโลกการค้า แต่ถ้าหากมองลงไปลึกๆแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเหมือนสงครามแย่งชิงความเป็นใหญ่ของมหาอำนาจในโลกไซเบอร์ ซึ่งคู่ต่อสู้จริงๆแล้วก็คือ ไมโครซอฟท์กับกูเกิล (Google.com) ไม่ใช่ ไมโครซอฟท์กับยาฮู เพราะไมโครซอฟท์มีเหตุผลที่รู้ๆกันอยู่ว่า การเจรจาซื้อหุ้นยาฮูนั้นก็เพื่อควบรวมให้ไมโครซอฟท์มีความแข็งแกร่งมากขึ้นเพื่อที่จะได้ต่อกรกับกูเกิลได้ถนัดมือยิ่งขึ้นในโลกไซเบอร์

**ถ้าชอบใจเชิญอ่านต่อที่นี่ »

Wordpress สร้างบล็อกอัจฉริยะ : หนังสืออีกเล่มสำหรับคอ “WordPress”

หลังจากที่ เดชา ไชยเมือง หรือนายเดย์ แห่ง iDayblog.com เขียนหนังสือคู่มือการสร้างบล็อก WordPress ออกมา 2 เล่ม เมื่อปีที่แล้วกับต้นปีนี้ ในที่สุดเมื่อกาลเวลาก้าวย่างมาถึงเดือนพฤษภาคม หนังสือการทำบล็อก WordPres ก็ปรากฏบนแผงหนังสืออีกเล่มหนึ่ง คือ Wordpress สร้างบล็อกอัจฉริยะ เขียนโดย อนุชา ลีวรกุล จัดพิมพ์โดย WITTY GROUP ราคา 169 บาท

เนื้อหาโดยสรุปในเล่ม ครอบคลุมหัวข้อต่างๆที่จำเป็นในการทำบล็อก WordPress เริ่มตั้งแต่เรื่องการจัดหาโดเมนเนม การเช่าโฮสต์ วิธีติดตั้ง WordPress อธิบายวิธีใช้งานฟังชั่นต่างๆอย่างละเอียด การปรับแต่ง Theme และเสริมประสิทธิภาพด้วยปลักอินต่างๆ รวมไปถึงคำแนะนำในเรื่องการทำ SEO ซึ่งเป็นเครื่องมืออันจำเป็นในการเผยแพร่เนื้อหาของบล็อกออกสู่โลกออนไลน์

**ถ้าชอบใจเชิญอ่านต่อที่นี่ »

อักษรสาร : สื่อกลางคนสร้างอักษร อีกหนึ่งลมหายใจของโลกหนังสือ

การเกิดขึ้นและล้มหายตายจากของนิตยสารในแวดวงหนังสือ อันได้แก่ เรื่องเกี่ยวกับนักเขียน สำนักพิมพ์ และนักอ่าน ของไทย นับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างธรรมดาสามัญ ล่าสุด ก็เกิดขึ้นอีกแล้ว คือ อักษรสาร นิตยสารสื่อกลางคนสร้างอักษร ฉบับที่นำมาแนะนำนี้เป็นฉบับที่ 3 เดือนพฤษภาคม 2551 ประเด็นใหญ่ที่นำเสนอคือเรื่อง 5 พฤษภาคม วันนักเขียน

สำหรับผู้ที่อาจหาญชาญชัยขี่หลังเสือทำหนังสือเล่มนี้ก็คือ เอก อัคคี ชื่อนี้เป็นชื่อที่รับประกันถึงความเป็นมืออาชีพในการทำหนังสือได้เป็นอย่างดี เขาเป็นทั้งบรรณาธิการและคนทำหนังสือที่มีฝีมือคนหนึ่ง ซึ่งปั้นแต่งหนังสือที่ประสบความสำเร็จหลายเรื่องสู่สายตาของนักอ่าน ควงคู่มากับ เสกสรร สุขวัฒโณ เพื้อนซี้คู่กายคู่ใจ ช่วยกันบรรจงปั้นแต่งนิตยสารเล่มนี้จนออกมาดูดีในด้านเนื้อหา สมกับเป็นนิตยสารสื่อกลางของคนสร้างอักษรได้ในระดับที่น่าชื่นชมในความตั้งใจ

หากไม่นับ “จุดประกายวรรณกรรม” หนังสือพิมพ์ขนาดแทบลอยด์ที่สอดแทรกมากับหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจฉบับวันอาทิตย์แล้ว ก็ไม่เห็นมีหนังสือเกี่ยวกับแวดวงวรรณกรรมตามแผงหนังสือ เมื่อมี อักษรสาร ขึ้นมาก็พอจะทำให้ใจชื้นอยู่บ้างว่า ลมหายใจของนิตยสารในแวดวงโลกหนังสือยังมีอยู่ (ที่ไม่นับ ช่อการะเกด วารสารหนังสือใต้ดิน ฯลฯ ก็เพราะเหตุผลที่หนังสือดังกล่าวเป็นหนังสือเฉพาะกลุ่ม ซึ่งจะขอแนะนำแยกไปต่างหาก)

**ถ้าชอบใจเชิญอ่านต่อที่นี่ »

แล้งหน้านาเสร็จ ลูกใครจะไปสู่ขอ

หัวข้อที่ตั้งไว้ดูแล้วไม่เข้ากับฤดูกาล แต่เอาเถอะ อ่านไปสมุมติใจให้เป็ฤดูเดียวกับเนื้อเพลงก้แล้วกัน จะได้มีอรรถรสยิ่งขึ้น ได้เห็นบรรยากาศอันน่าอยู่อาศัยของสังคมไทยของเรา

สิ่งหนึ่งที่ทำให้สังคมไทยน่าอยู่ก็คือ มีเทศกาลงานบุญอันอุดม ทุกๆเดือนมีงานทำบุญกันทั้งนั้น นับแค่วันพระที่จะต้องเข้าวัดก็ ๔ หนเข้าไปแล้ว การทำงานบุญก็คือการร่วมแรงร่วมใจกันประกอบสิ่งดีๆ เป็นกิจกรรมของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชนโดยแท้

งานบุญนอกจากเป็นกิจกรรมร่วมกันของคนในชุมชนแล้ว ยังเป็นโอกาสอันเหมาะที่หนุ่มจะได้พบสาว สาวจะได้เจอหนุ่ม ได้สบตากันปิ๊งปั๊ง ส่งยิ้มให้กัน เก็บไปนอนฝันหวานจนน้ำลายไหลเปียกหมอน…นี่ว่ากันถึงสมัยพ่อแม่ปู่ย่าตายายที่อะไรๆก็ยังเคร่งครัดในแบบแผน

**ถ้าชอบใจเชิญอ่านต่อที่นี่ »

พวงมาลัยเพื่อชีวิต

 

เรื่องนี้เกิดขึ้นหลายปีมาแล้ว…

 

ผมก็เหมือนกับคนทั่วไปที่ไม่ชอบรถติด  ยิ่งเวลาเร่งรีบนั้นดูเหมือนรถจะชอบติดนาน  ทั้งๆที่จริงแล้วก็ติดไม่นานไปกว่าที่เคยติด  แต่ความรีบร้อนทำให้ความรู้สึกของเราเร็วขึ้นไปอีกเท่าหนึ่ง  จริงทำให้รถติดนานเป็นสองเท่า  ยิ่งรีบมากเท่าใด ก็ยิ่งดูเหมือนเวลารถติดจะนานมากขึ้นเท่านั้น

            ผมก็เป็นเหมือนกับคนอื่น  ที่ไม่ชอบไฟแดง  โดยเฉพาะไฟแดงที่ทำให้รถเราหยุดเป็นคันแรก  ถ้าเป็นไปได้ก็พยายามจะเป็นคันสุดท้ายที่ผ่านไฟเขียว  ซึ่งบ่อยครั้งก็คือไฟเหลือง  และนานๆครั้งลักไก่ไปตามรถคันหน้าทั้งๆที่ไฟแดงสว่างขึ้นแล้ว

 ผมให้สงสัยอยู่ว่า  จะมีคนขับรถสักกี่คนที่ไม่เคยลักไก่ฝ่าไฟแดงแบบนี้

**ถ้าชอบใจเชิญอ่านต่อที่นี่ »

eXTReMe Tracker