เป็นไทยผิดตรงไหน ทำไม Extreme Tracking ปิดบัญชี

เมื่อวันก่อน ทำบล็อกใหม่สองสามบล็อก กะว่าจะรวยด้วยบ็้อกให้หนำใจโก๋แก่ หลังจากไปรับเอาไฟจากงานสัมมนา Thailand eBusiness Summit I: From Zero to Hero มาเต็มอก เสร็จแล้วก็เข้าไปที่บ้านคุณพี่ Extreme เขาหน่อย เพื่อจะขอใช้บริการ Extreme Tracking เพื่อบันทึกร่องรอยท่านที่มาเยี่ยมชม ดังที่ปฏิบัติมาทุกบล็อก

 

ที่นิยมของพี่ท่านก็เพราะว่ามันง่ายดี เหมาะสำหรับโลเทคอย่างเรา ข้อมูลที่ได้ก็ละเอียดดี ทำให้ใช้ดูอะไรๆหลายอย่างได้ ตามประสามือใหม่หัดทำบล็อก

แต่พอเปิดเข้าไจขอลงบัญชี ปรากฏว่า ท่านงดให้บริการคนไทยแล้วนี่ ตามที่เห็นในภาพ

เกิดอะไรขึ้น จึงใจร้ายกับคนไทย หรือว่า ประเทศเราไม่เป็นประชาธิปไตย มีความวุ่นวายทางการเมืองเกินไป จึงทำให้เกิดผลกระทบต่อรหัสพันธุกรรมของ Exreme ไปเสียแล้ว

จึงคงต้องหาบริการท่านอื่นๆต่อไป ของฟรี็้เป็นอย่างนี้แหละนะ

Thailand eBusiness Summit I: From Zero to Hero : รวยด้วยธุรกิจ Affiliate Program

 เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผมได้เข้าร่วมสัมมนาการทำธุรกิจทางอินเตอร์เน็ต ในหัวข้อ Thailand eBusiness Summit I: From Zero to Hero ครั้งที่ 1 ที่ห้องบัวหลวง ชั้น 30 ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ จัดโดย ตราวุทธิ์  เหลืองสมบูรณ์  ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญการทำธุรกิจทางอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะ Google Adwords และได้จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้เรื่องการทำธุรกิจทางอินเตอร์เน็ตอย่างเป็นจริงเป็นจังในระยะปีถึงสองปีมานี้ @ งานนี้มีวิทยากรมาให้ความรู้ตามความเชี่ยวชาญโดยตรงของแต่ละคน เริ่มตั้งแต่ ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ที่บอกเล่าเรื่องทั่วๆไปเกี่ยวกับธุรกิจทางอินเตอร์เน็ต และให้ข้อคิดว่า อย่าได้มุ่งเป้าหมายแต่เพียงเพื่อจะรวยหรือมีเงินมากๆอย่างเดียว เพราะจะเครียด บั่นทอนการทำงาน จนถึงขนาดอาจเลิกล้มไปก่อนที่จะประสบความสำเร็จ และอีกอย่างหนึ่งก็คือ  ธุรกิจนี้ก็เป็นเช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆ คือต้องทำเป็นธุรกิจจริงๆ

**ถ้าชอบใจเชิญอ่านต่อที่นี่ »

คนตกหล่น

 

คนบ้านนอกที่ติดค้างอยู่ในกรุงเทพฯ  ส่วนมากแล้วมาตัวคนเดียว  ไม่ได้คิดจะมาอยู่ถาวร  เพียงอาศัยกรุงเทพฯเป็นแหล่งทำมาหากิน  เมื่อได้พอเพียงแล้วจึงจะกลับบ้านเกิด

แต่มีครึ่งต่อครึ่งที่ทำตัวตกหล่นอยู่ที่กรุงเทพฯ  ผ่านไปหลายปี โอกาสที่จะกลับไปอยู่บ้านนอกห่างไกลทุกที  มีแต่กลับไปเยี่ยมบ้านบ้างตามโอกาส  กรุงเทพฯกลายเป็นบ้านจริงๆ  บ้านเกิดเป็นเพียงสถานที่ที่เป็นอดีตของชีวิต

ปัจจุบันของชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯ  อดีตของชีวิตอยู่ที่บ้านเกิด  พร้อมกับพ่อแม่และพี่น้อง

สำหรับบางคน  การกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดนั้นยากราวกับการคืนสู่อดีต  ด้วยเหตุใดๆก็ตาม  การกลับไปเยี่ยมบ้านแต่ละครั้ง ดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่  ยุ่งยากวุ่นวาย  สายใยที่ผูกพันระหว่างตัวเองกับพ่อแม่และพี่น้องก็คือส่งเงินกลับไป  เพื่อให้พ่อแม่ใช่จ่ายในการดำรงชีวิต

**ถ้าชอบใจเชิญอ่านต่อที่นี่ »

“อินแฮง” กับคำไทยลูกครึ่งฝรั่งและคำฝรั่งสัญชาติไทย : การสื่อความหมายแบบกลายพันธุ์

 

ความคิดในการเขียนเรื่องนี้ เกิดจากที่ได้ฟังเพลงทางหน้าปัดวิทยุและดูหนังบรรยายเพลง (Music Video-MV ) ผ่านทางโทรทัศน์และเว็บไซต์อยู่ตูบ (YouTube.com) เพลงที่ว่านี้คือ “อินแฮง” ขับร้องโดย ไอดิน อภินันท์ ที่แสดงเป็นพระเอกใน MV เองด้วย

เมื่อได้ยินครั้งแรกผ่านรายการ “ลูกทุ่งมหานคร” ทางสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม 95 อสมท. ผมติดใจชื่อเพลง “อินแฮง” เป็นคำที่คล้ายว่าจะเข้าใจความหมาย แต่ไม่เข้าใจ  ซึ่งไม่เพียงแต่ผมเท่านั้นที่สงสัย เพราะมีผู้ฟังได้ส่งคำถามไปสอบถามนักจัดรายการ เมื่อได้ฟังนักจัดรายการเฉลยจึงเข้าใจ   

คำว่า “อินแฮง” เป็นคำลูกครึ่ง มาจากการผสมกันระหว่างคำว่า “อิน” ในภาษาอังกฤษ กับคำว่า “แฮง” ในภาษาไทย (อีสาน) กลายเป็นคำลูกครึ่งว่า “อินแฮง”

คำว่า “อิน” ที่มาจากคำภาษาอังกฤษนั้น  มาจากคำว่า “IN” หรือ “INNER” ความหมายที่ใช้กันทั่วไปคือ ใน,ข้างใน, ภายใน

เมื่อนำมาใช้ในบริบทภาษาไทยที่เข้าใจกันนั้น เป็นไปในลักษณะที่ “เข้าไปอยู่ในใจจนยากที่จะลบล้างออกไปได้” หรือ “เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่เกิดขึ้น”  หรือ “เข้าใจในเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างลึกซึ้ง” หรือ “เข้าไปมีส่วนร่วมกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาก” เช่น “เธอดูหนังเรื่องนี้แล้วอินมาก ร้องห่มร้องไห้สงสารนางเอก” นี่คงพอจะอธิบายความหมายของคำว่า “อิน” ได้ตามที่เข้าใจกัน

**ถ้าชอบใจเชิญอ่านต่อที่นี่ »

ย่าสอนหลาน:ภูมิปัญญาอีสานในงานวรรณกรรม (1)

 

ภาคอีสานของเรานั้นอุดมไปด้วยสมบัติทางภูมิปัญญาจนไม่อาจประเมินค่าได้   โดยเฉพาะสมบัติทางด้านศิลปวัฒนธรรมนั้นเป็นที่ประจักษ์มานานแล้วว่า  มีมากมายเป็นอัตปือ วรรณกรรมก็เป็นหนึ่งในมวลมรดกด้านศิลปวัฒนธรรม  และวรรณกรรมอีสานบ้านเฮานั้นมีหลายหลากมากแท้ 

คนรุ่นอายุสัก 40 ปีขึ้นไปย่อมคุ้นเคยกับวรรณกรรมพื้นบ้านที่ได้รับการบอกเล่าจากปากต่อปาก  เรื่องที่ได้รับการบอกเล่ามากที่สุด ถือเป็นเรื่องยอดนอยมก็เห็นจะเป็นเซียงเมี่ยง  รองลงมาก็ ขูลูนางอั้ว  พญาแถน  ท้าวก่ำกาดำ  ฯลฯ และนิทานก้อมที่เน้นตลกเสียดสีสนุกสนานและโป๊หน่อยๆเฉียดๆเรตเอ็กซ์ก็มีไม่น้อย  ฟังทีไรก็สร้างความครื้นเครงทั้งผู้พูดและผู้ฟัง

 

ส่วนที่เป็นเรื่องราวที่เน้นแก่นความคิดเรื่องความดีความงาม  วิธีปฏิบัติตามกฎระเบียบของสังคม  ศีลธรรมและจริยธรรมโดยตรงก็มี  อย่างเช่น  วรรณกรรมเรื่อง ย่าสอนหลาน  ซึ่งเป็นเพชรเม็ดหนึ่งของปรั๙ญาอีสานว่าด้วยดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม  ซึ่งพ่อใหญ่ปรีชา  พิณทอง  ปราชญ์ใหญ่อีสานได้กล่าวถึงที่มาไว้ว่ามาจากการแบ่งหน้าที่ของคนสมัยโบราณซึ่ง “การอบรมสั่งสอนลูกหลานในสมัยโบราณ เป็นหน้าที่ของย่า เพราะย่านั้นทำงานหนักไม่ได้ งานที่ย่าถนัดคืองานอบรมสั่งสอนลูกหลาน ปกติลูกหลานมีความเคารพยำเกรงย่าอยู่แล้ว เมื่อย่าอบรมสั่งสอนอะไรก็มักเชื่อถือ แล้วนำไปปฏิบัติตาม  ดังนั้น ลูกหลานในสมัยโบราณจึงเป็นคนสุภาพ เรียบร้อย มีศีลสัตย์วัฒนธรรม เป็นคนขยันหมั่นเพียร…” ซึ่งข้อวิเคราะห์ของ พ่อใหญ่ปรีชา พิณทอง นี้ได้สะท้อนความเป็นจริงของสังคมในสมัยก่อน ที่ลูกหลานเคารพนบนอบบุรพากรี   เชื่อฟังผู้ใหญ่ ทำให้คงความเป็นระเบียบเรียบร้อยเอาไว้ได้

  **ถ้าชอบใจเชิญอ่านต่อที่นี่ »

คนเคยหนุ่ม(3) : ดอกหางนกยูงสีแดงฉาน บานอยู่เต็มฟากสวรรค์ฯ

วิทยากร เชียงกูล เขียนบทกวีอันโด่งดังก่อนเกตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ที่ชื่อ “เพลงเถื่อนแห่งสถาบัน” วิจารณ์ระบบการศึกษาไทย ซึ่งส่งผลต่อความคิดของหนุ่มสาวในยุคนั้น กลายเป็นบทกวีที่ได้รับการพูดถึงจนทุกวันนี้

ผมในวัยเด็กหนุ่ม ก็ได้รับความคิดอิทธิพลจากบทกวีดังกล่าวเช่นกัน ผมจดจำท่อนที่ว่า “ดอกหางนกยูงสีแดงฉาน บานอยู่เต็มฟากสวรรค์ฯ” อย่างขึ้นใจ ส่วนเนื้อหาอื่นนั้นก็พอจะรู้บ้างไม่รู้บ้าง ตามประสาเด็กมัธยมปลายบ้านนอกคนหนึ่ง

ผมจำถ้อยคำ….ดอกหางนกยูงสีแดงฉาน บานอยู่เต็มฟากสวรรค์ฯ…ได้ขึ้นใจเพราะอยากจะมาเห็นด้วยตาตนเองในฐานะนักศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ผม ณ ปี พ.ศ.โน้น 2525-2526 ความอยากดังกล่าวมีโอกาสที่จะเป็นจริงน้อยมาก แม้รัฐธรรมนูญจะกำหนดความเท่าเทียมกันของประชาชนไทย แต่ตามความเป็นจริงก็หาได้เท่าเทียมกันไม่ คนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมดีกว่า ย่อมมีโอกาสอะไรดีๆมากกว่าอยู่แล้ว

**ถ้าชอบใจเชิญอ่านต่อที่นี่ »

eXTReMe Tracker