The Generation D 2.0 : ผู้สร้างอนาคต

Generation D2.0

ก่อนจะพูดถึง Generation D 2.0 ขอพูดถึงคนรุ่นก่อนๆที่มีบทบาทต่อเนื่องกันมา นั่นคือ หากนับรุ่น (Generation) ของคนที่ยังมีชีวิตอยู่และมีบทบาทสำคัญในปัจจุบันนี้  ประกอบไปด้วย 

1.Generation Baby Boom (ขอเรียกว่า Gen.B)ซึ่งเกิดหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ปัจจุบันส่วนหนึ่งอยู่ในวัยใกล้เกษียณ และจำนวนมากอยู่ในวัยเกษียณ Gen. B ยังคงมีบทบาทในภาคส่วนต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชน  ได้แก่ ผู้นำทางการเมืองที่มีอำนาจในการกำหนดนโยบายของประเทศและของโลก ผู้นำภาคธุรกิจที่ยังมีอำนาจในการกำหนดทิศทางขององค์กร ได้แก่ บรรดาประธานกรรมการ (Chairman) ประธานเจ้าหน้าบริหาร (Chief Executive Officer-CEO) และผู้ที่อยู่ในระนาบเดียวกัน คนรุ่นนี้มีความคิดอนุรักษ์นิยม  ชอบการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป มีความระมัดระวัง ยึดมั่นในหลักการเป็นอย่างสูง  ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี่มาก

2.Generation X (Gen.X) ซึ่งเป็นผลผลิตของ Gen.B  อยู่ในช่วงวัยฉกรรจ์  เป็นกำลังสำคัญในการบริหารองค์กรในปัจจุบัน มีความคิดต่างจากคนรุ่นพ่อแม่  เชื่อในเทคโนโลยี  ชอบการเปลี่ยนแปลงแบบรวดเร็ว มีความยืดหยุ่นมากกว่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คน Gen.X มีบทบาทสำคัญในการนำความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆมาสู่สังคมโลก

3.Generation Y (Gen.Y) เป็นแรงงานสำคัญในทุกภาคส่วนของสังคม อายุอยู่ในช่วง ปลาย 20-ช่วงปลาย 30  คนรุ่นนี้กำลังเติบโตเพื่อที่ก้าวไปแทนที่ของคน Gen.X  คน Gen.Y เติบโตมาพร้อมๆกับเทคโนโลยีการสื่อสาร (IT) สมัยใหม่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ที่เห็นชัดเจนก็คือ โทรศัพท์มือถือ Analog กับ Web 1.0 ซึ่งเป็นยุคเริ่มต้นของการสื่อสารแบบไร้สาย  คนรุ่นนี้เติบโตไปพร้อมๆกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่งผลถึงชีวิตของพวกเขา ดังนั้น คนรุ่นนี้จึงนิยมการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด มีความยืดหยุ่นสูงกว่าคนรุ่น Gen.X  ใจร้อนและเชื่อมั่นในเทคโนโลยี  ดังนั้น คนรุ่น Gen.Y  จึงเป็นกำลังสำคัญในการสร้างรากฐานให้แก่สังคมในปัจจุบัน  ซึ่งต่อไปในอีก 10-20 ข้างหน้า พวกเขาก็จะก้าวขึ้นไปรับผิดชอบดูแลสิ่งที่ตนสร้างขึ้นมา แทน Gen.X 

แล้วคน Generation D2.0 (ขอเรียกสั้นๆว่า Gen.D) คือคนพวกไหนกันล่ะ…

คน Gen.D คือที่เกิดและเติบโตมาพร้อมกับยุคเทคโนโลยี Digital และ web2.0 อายุไม่เกิน 30 ปี  เป็นรุ่นต่อจาก Gen.X  จึงมีลักษณะร่วมกันหลายๆอย่าง  แต่ Gen.D เป็นพวกที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากกว่า Gen.X  นั่นคือ  ในขณะที่รุ่น  Gen.X  รับเทคโนโลยีแบบผู้ใช้ (user + consumer) เป็นส่วนมาก แต่คนรุ่น Gen.D นอกจากจะเป็นผู้ใช้แล้ว ยังเป็นผู้สร้าง หรือ ดัดแปลงเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเองได้ด้วย จะเห็นได้ว่า เทคโนโลยีการสื่อสารทั้งหลายแหล่ ทั้ง Hardware และ Software คนรุ่น Gen.D จะสามารถพลิกแพลงดัดแปลงให้ตรงกับความต้องการของตัวเองได้ง่าย  ทั้งนี้ เนื่องจากผลพวงของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้มีการเผยแพร่อย่างกว้างขวางและราคาถูกลงมาก รวมถึงการเปิดกว้างให้มีการแก้ไขดัดแปลงมากขึ้น  ประกอบกับคนรุ่น Gen.D เข้าถึงเทคโนโลยีมากขึ้น การผ่านเรียนในสถาบันการศึกษาและการแลกเปลี่ยนกันผ่าน Web2.0

คนรุ่น Gen.D นับว่ามีความสะดวกสบายกว่าคนรุ่นก่อนๆ  เพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆที่สร้างความสะดวกสบายให้แก่ชีวิต  เกือบจะเรียกว่าสำเร็จรูปแทบทุกอย่าง จะเอาอะไรก็มีพร้อมให้เลือกสรรได้อย่างสะดวกสบาย  พร้อมที่จะให้ download หรือ add to cart ได้เลยทันที

ด้วยเหตุนี้  คนรุ่น Gen.D จึงทำอะไรรวดเร็ว มุ่งผลสำเร็จแบบทันใจ  ไว้วางใจให้เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต มีความเป็นตัวของตัวเองสูงจนบางครั้งถูกมองว่าแยกตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยว  ขาดการปฏิสัมพันธ์กันแบบซึ่งๆหน้า เพราะคุ้นเคยกับการสื่อสารผ่านเทคโนโลยีดิจิตอลและเว็บ 2.0 ลักษณะสำคัญที่บ่งบอกความเป็นคนรุ่น Gen.D ประกอบไปด้วยอย่างน้อย 3 D คือ

Digital คนรุ่นนี้พึ่งพาอาศัยเครื่องมือดิจิตอลแบบขาดไม่ได้ ทั้งเครื่องมือสื่อสาร อุปกรณ์เพื่อความบันเทิง และอื่นๆ  ดังจะเห็นได้จาก การพกพาโทรศัพท์มือถือ iPod  MP3 MP4 และอื่นๆติดตัวอยู่ตลอดเวลา แทบจะเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

Download  คนรุ่นนี้คุ้นเคยกับการ Download ทุกๆอย่าง ตั้งแต่เรื่องเล็กไปจนถึงเรื่องใหญ่  เรื่องที่เป็นสาระหรือไม่เป็นสาระ  ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตอบสนองความพึงพอใจและหาได้จากโลกออนไลน์ คนรุ่น Gen.D พร้อมจะ Download มาไว้ในฐานข้อมูลของตน

Delete เมื่อสามารถ Download อะไรๆได้อย่างสะดวกสบายง่ายนิดเดียว ดังนั้น อะไรๆก็ตามที่ทำให้ชีวิตยุ่งเหยิง วุ่นวาย หรือไม่พอใจ คนรุ่น Gen.D สามารถที่จะกำจัดหรือ Delete ออกไปได้ง่ายกว่าคนรุ่นก่อน  บางครั้งดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นคนที่ทนอะไรๆไม่ค่อยได้  รับแรงกดดันได้น้อย ทำให้มีปัญหาในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะเรื่องการทำงาน

นี่คือเรื่องของ Gen.D เท่าที่สามารถพิเคราะห์ได้ในขณะนี้  เพื่อเป็นจุดเริ่มต้น หรือเป็นประเด็นให้ใครก็ตามที่สนใจนำไปศึกษาต่อ เพื่อประโยชน์ในการเรียนรู้คนรุ่นนี้ให้มากขึ้น เพื่อที่จะพัฒนาพวกเขาให้เป็นทรัพยากรบุคคลอันมีคุณค่าแก่โลก

สิ่งสำคัญที่จะต้องตระหนักเสมอก็คือ แม้คนรุ่น Gen.D จะเป็นพวกชอบสะดวก รักความสบาย ทนอะไรไม่ค่อยได้  แต่พวกเขามีศักยภาพสูง  มีการเรียนรู้ที่รวดเร็ว  และเป็นรุ่นที่ “คิดนอกกรอบ” มากที่สุด ซึ่งการคิดนอกกรอบนี้เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆเสมอมา 

คนรุ่น Gen.D จะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับการชี้แนะและสร้างสรรค์ของผู้ที่รับผิดชอบในปัจจุบันนี้เป็นสำคัญ ดังนั้น ผู้รับผิดชอบองค์กรใดๆก็ตามที่มีคนรุ่น  Gen.D อยู่ด้วย จะต้องดูแลและพัฒนาศักยภาพของคนรุ่นนี้ให้ดี  เพราะพวกเขาคือผู้ที่จะสร้างอนาคตโดยแท้.

           

ผู้เขียนขอคุย

โกศล อนุสิม

ขอขอบคุณที่ทุกท่านมาเยี่ยมเยือน ไม่ว่าจะตั้งใจมาหรือบังเอิญผ่านมาก็ถือว่าเป็นญาติมิตรที่มีน้ำใจมหาศาล เมื่ออ่านแล้วเห็นว่าดีก็ช่วยนำไปเผยแพร่บอกต่อด้วยนะครับ เพื่อประโยชน์ยิ่งๆขึ้น หากมีถ้อยทำใดเป็นการล่วงเกินก็ขออภัยเป็นอย่างสูง หากมีข้อคิดเห็นประการใดที่จะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงการเขียนให้ดีขึ้น ขอได้ชี้แนะโดยพลัน และต่อจากนี้ก็ขอเชิญร่วมสนทนาประสาผองเพื่อนญาติมิตรได้เลยครับ...

เรื่องอื่นๆดีๆที่น่าอ่าน

5 Responses to “ The Generation D 2.0 : ผู้สร้างอนาคต ”

  1. เคยฟังจากที่อื่นมาเหมือนกัน

    รู้สึกว่าตอนนั้นยังไมมีการพูดถึง Gen D

    ก็เลยอยู่ Gen Y แฮะ

    พออ่านอันนึ้ เอ๊ . . . เราอยู่ Gen D นี่หว่า ^^

    แต่พูดก็พูดกันตามตรงเลยนะ เรื่อง Gen D เป็นอนาคตของชาตินี้แล้วนึกถึงวันเด็ก

    เวลาวันเด็กเรามักจะใส่ใจเด็กบอกว่า เด็กคืออนาคตของชาติ อะไรแบบนี้ แต่รู้สึกว่าเราตะไม่ค่อย ใส่ใจ ปัจจุบันของชาติ ซึ่งคือผู้ใหญ่ทุกๆวันนี้เลยนะ ซึ่งเป้นตัวอย่าง “ที่ดี” แก่เด็กมากเลย (ประชด) พอเด็กโตเป็นผู้ใหญ่ ก็คงไปใส่ใจอนาคตของชาติสืบไป อนาคตของชาติที่ดีก็ยังคงเป็นเพียงอนาคตอยู่นั่นแล . . .

  2. คุณ Taeroz ครับ ขอบคุณที่มาเยือนครับ

    เรื่อง Gen.D ผมคิดขึ้นมา (น่าจะเป็นครั้งแรกที่นี่) เพื่อใช้ในการตั้งข้อสังเกตุคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับยุค Digital ซึ่งเริ่มพัฒนาขึ้นมาอย่างชัดเจนประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา คนรุ่นนี้ตอนนี้อายุก็คงอยู่ประมาณช่วง 30 ปีลงมา เข้าสู่ตลาดแรงงานไม่เกิน 10 ปี บางส่วนเป็นหัวหน้าระดับต้น แต่ส่วนมากเป็นระดับปฏิบัติการ เป็นกำลังสำคัญที่อยู่ชั้นฐานปิรามิดนะครับ

    องค์กรควรเริ่มต้นศึกษาและทำความเข้าใจคนรุ่นนี้ ผมคิดว่าในอีก 15-20 ปี คนรุ่น Gen.D จะมีศักยภาพสร้างความเปลี่ยนแปลงแก่องค์กร ถ้าคนรุ่น Gen.Y ผนึกกำลังกับรุ่น Gen.D ได้ จะเกิดนวัตกรรมใหม่ๆทางด้านหลักการ ความคิด การพัฒนาองค์กร ในระยะยาว

    ส่วนเรื่องวาทกรรมวันเด็กนั้น ผมเห็นด้วยครับ ฉะนั้นผู้ใหญ่รุ่นเราๆใน Gen. X-Y-D จะต้องปรับปรุงตัวเองขนานใหญ่แล้ว

  3. แวะเข้ามาดูเว็บนี้ คราวที่แล้ว ผ่านๆ จริงๆไม่สันทัดเลย ไอ้ที่มีอยู่ ลูกขอร้องแกมบังคับ มาอ่านแล้วชอบนะ แต่มันมีโลกของมัน หากสามารถทำให้เป็นดังว่าได้ น่าจะมีประโยชน์มาก ทำไมโกศลไม่ปาวารณาตัวช่วยที่โรงเรียนด้วยล่ะ น่าสนใจนะ วันหลังว่างๆมาดูให้พี่บ้างเด้อ

  4. ขอบคุณ เอื้อยติ๊ก Maleerat ที่มายามครับ ลูกเขาอยากให้แม่ก้าวทันเทคโนโลยีน่ะครับ เวลาต่อไปเขาไปเรียนเมืองนอก อยู่เมืองนอกจะได้คุยกันผ่านเอ็มเอสเอ็น ไฮฮ่า เฟซบุ๊คได้ แฮ่ๆ

Leave a Reply

You can use these XHTML tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <blockquote cite=""> <code> <em> <strong>

eXTReMe Tracker Powered by  MyPagerank.Net