บล็อกกับทฤษฎีการสื่อสาร
บล็อก เป็นสื่อประเภทหนึ่ง นักทฤษฎีสื่อสารมวลชนจัดให้อยู่ในประเภทสื่อภาคพลเมือง (Citizen Journal) ผู้เขียนบล็อกหรือบล็อกเกอร์คือนักข่าวพลเมือง (Citizen Reporter) ทำหน้าที่ให้ข้อมูล ข่าวสาร แก่ผู้รับสารคือผู้อ่านบล็อก
บล็อกเกอร์ผู้เป็นหรือเคยเป็นนักเรียนการสื่อสาร คงคุ้นเคยกับวัตถุประสงค์ของการสื่อสารตามทฤษฎีการสื่อสาร ว่ามีพื้นฐานอยู่ 4 ข้อคือ
1. เพื่อให้ข้อมูลข่าวสาร ผู้ส่งสารให้ข้อมูล ข่าวสารที่ตนมีอยู่แก่ผู้รับสาร ซึ่งเราปฏิบัติกันอยู่ในชีวิตประจำวัน
2. เพื่อให้ความรู้ ผู้ส่งสาร ให้ความรู้แก่ผู้รับสาร เพื่อพัฒนาการรับรู้ สติปัญญา เรียกว่าการศึกษานั่นเอง
3. เพื่อให้ความบันเทิง ผู้ส่งสารให้ความบันเทิงด้านต่างๆแก่ผู้รับสาร
4. สร้างความพึงพอใจ ผู้ส่งสาร เสนอสารให้แก่ผู้รับอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายๆอย่าง เพื่อให้ผู้รับเกิดความพึงพอใจ คล้อยตาม เห็นดีเห็นงามกับผู้ส่งสาร
บล็อกที่สร้างขึ้นมามากมายก่ายกองในโลกนี้ หากวิเคราะห์ด้วยวัตถุประสงค์ของการสื่อสารตามทฤษฎีการสื่อสารดังกล่าว แน่นอนว่า บล็อกแต่ละแห่งย่อมมีวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง หรือทั้ง 4 อย่างในบล็อกเดียวกัน จะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับบล็อกเกอร์ซึ่งเป็นเจ้าของบล็อกและเป็นผู้ส่งสารว่าได้เทน้ำหนักให้ข้อใดเป็นพิเศษ จะโดยรู้หรือไม่รู้ทฤษฎีการสื่อสารก็ตาม
การที่ผู้ส่งสารหรือบล็อกเกอร์ จะเทน้ำหนักไปให้ข้อใดมากเป็นพิเศษ จนเป็นปัจจัยในการกำหนดเนื้อหาของบล็อก ย่อมจะต้องเกิดจากความรู้ ความเชี่ยวชาญ ความสนใจ ที่บล็อกเกอร์มีอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น สิทธิศักดิ์ บุญมาก เน้นเรื่องการหารายได้จาก amazon.com ในบล็อก Makemany.com เป็นเนื้อหาหลัก ทรงชัย ณะอำภัย เน้นเรื่องการหารายได้จากการเป็นตัวแทนจองห้องพักโรงแรมทั่วโลก หรือ Hotels Affiliate ในบล็อก Chongchaiblog.com เดชา ไชยเมือง เน้นเรื่องการใช้งานบล็อก Wordpress ในบล็อก iDayblog.com หรือนายโอแห่ง 108blog.net เน้นเรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆ เป็นต้น บล็อกที่กล่าวมานี้ต่างให้ข้อมูลข่าวสารและให้ความรู้ในเรื่องที่บล็อกเกอร์รู้และมีความเชี่ยวชาญ ขณะเดียวกันก็ใช้วิธีนำเสนอที่มุ่งให้ผู้อ่านได้รับความบันเทิงและพึงพอใจไปด้วย เมื่อผู้อ่านเกิดความพึงพอใจแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ การกลับมาอ่านใหม่ต่อไปอีกครั้ง และหลายครั้ง จนกระทั่งกลายเป็นผู้อ่านประจำ เมื่อเห็นว่าได้รับประโยชน์มากจึงมีความพึงพอใจมาก ในที่สุดก็พัฒนาไปเป็นผู้ส่งสารให้อีกต่อหนึ่ง นั่นคือ แนะนำคนอื่นๆให้มาอ่านด้วย เป็นการแพร่กระจายข่าวสารออกไปในวงกว้าง
ดังนั้น ในมุมของผู้ส่งสาร คือบล็อกเกอร์ สิ่งที่ต้องการที่สุดก็คือข้อสุดท้าย การสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้อ่าน เพื่อให้กลับมาอ่านใหม่ และชักชวนคนอื่นๆให้มาอ่านด้วย จนกระทั่งช่วยแนะนำบอกต่อ หากเกิดพฤติกรรมเช่นนี้ขึ้นกับผู้อ่าน ย่อมแสดงว่า เป้าหมายของการทำบล็อกบรรลุผล ซึ่งเป้าหมายของการทำบล็อกก็คือจำนวนผู้อ่านหรือ Traffic ซึ่งเปรียบเสมือน “ยอดขาย” นั่นเอง
ส่วนทำอย่างไรจึงจะทำให้ผู้อ่านเกิดความพึงพอใจนั้น ขึ้นอยู่กับวิธีนำเสนอซึ่งคงหนีไม่พ้นการเขียนและการเสนอในรูปแบบอื่นๆ ส่วนจะทำอย่างไรนั้นย่อมเป็นโจทย์ที่บล็อกเกอร์แต่ละคนต้องนำไปขบคิด ตีให้แตก และค้นคว้า ทดลองกันไป โดยอาจใช้แนวทางจากที่มีคนทดสอบ ทดลอง ศึกษาได้ผลมาแล้ว ซึ่งมีเผยแพร่ทั่วไปตามบล็อกที่เสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการทำบล็อก หรือ Blog Tips ต่างๆ
ในที่นี้ก็ขอบอกเล่าเก้าสิบในเชิงทฤษฎีสู่กันฟัง แม้มีประโยชน์น้อยไปบ้างแต่ถือเสียว่าเป็นการเพิ่มข้อมูลข่าวสารอีกเรื่องหนึ่ง อาจจะช่วยสะกิดความคิดที่ติดขัดให้ตกผลึกได้บ้าง ในกรณีของผู้ที่รู้อยู่แล้วก็ขออภัยที่เอามะพร้าวห้าวมาขายสวนท่าน ซ้ำยังเป็นมะพร้าวห้าวที่ขึ้นราแล้ว ฮาฮา
เจอกันในภาคทฤษฎีใหม่คราวหน้า แต่จะครั้งไหนของคราวหน้าก็ยังไม่รู้ ขอบคุณที่อ่านจนจบ สวัสดีครับ.


ปัจจุบันมีคนทำบล๊อกกันมากขึ้น ทำทั้งด้านดีและด้านไม่ดี
ใช่ครับนายโอ ถูกต้องที่สุด
สวัสดีครับ คุณโกศล อนุสิม
วันนี้ผมเพิ่งอ่านข้อเขียนของท่านเป็นครั้งแรก เห็นด้วยกับเนื้อหาสาระที่ท่านเขียนมา และคิดว่าเป็นประโยชน์กับบล็อกเกอร์มือใหม่อย่างผมเป็นอันมาก
จะได้นำสาระบางประการไปปรับปรุงบล็อกของผมให้ดีขึ้น หากท่านจะกรุณาให้เกียรติไปเยี่ยมชมบล็อกของผม ก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับท่าน
ขอบคุณครับ “หนุ่มร้อยปี” ผมไปเยี่ยมบล็อกหนุ่มร้อยปีมาแล้วครับ มีเนื้อหาสาระหลากหลาย แสดงประสบการณ์อันมากมายของเจ้าของบล็อก ผมตั้งใจจะไปเยี่ยมอีกครับ
ยินดีที่ได้รู้จักครับ