ปภาดา อมรนุรัตน์กุล กับหนังสือ Google Webmaster เครื่องมือลับ Google สำหรับเว็บมาสเตอร์ [ July 3rd, 2008 ] อยู่ในหมวด » Book Talk

ในบรรดาผู้เป็นเจ้าของเว็บไซต์และบล็อกทั้งหลาย คงกระหายที่จะให้เว็บไซต์หรือบล็อกของตนปรากฏอยู่ในหน้าต้นๆของการค้นหาใน Search Engine ต่างๆ โดยเฉพาะ Google Search เป็นแน่แท้ ยิ่งเว็บหรือบล็อกที่เกี่ยวข้องกับการค้าขาย การทำธุรกิจออนไลน์ Blog Marketing , Make Money online, Affiliate Business หรือกระทั่ง aStore ของคู่ค้าที่ทำธุรกิจกับ Amazon.com ก็ย่อมปรารถนาปรากฏอยู่บนหน้าหนึ่งของ Google ด้วยกันทั้งสิ้น

สำหรับผู้ที่มีความรู้เรื่อง Search Engine ก็ได้เปรียบ แต่สำหรับผู้ไม่รู้และอ่านภาฝรั่งไม่ออก ก็คงต้องปล่อยไปตามมีตามเกิด ถ้าไม่มีผู้รู้แบ่งปันความรู้ แต่ปัจจุบันนี้นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างมาก ที่มีผู้รู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องการทำให้เว็บไซต์และบล็อกปรากฎอยู่ในหน้าที่โดดเด่นของ Search Engine ทั้งหลาย นั่นคือหน้าหนึ่งของ Google ,yahoo, live, msn เป็นต้น

หนึ่งในหนังสือดังกล่าวก็คือ Google Webmaster เครื่องมือลับ Google สำหรับเว็บมาสเตอร์ ที่กำลังจะแนะนำนี้

หนังสือเล่มนี้ เขียนโดย ปภาดา อมรนุรัตน์กุล หรือที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า “เปิ้ล” เจ้าของบล็อก Goople-adsense.com ที่เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการหารายได้ทางอินเตอร์เน็ตด้วย Google Adsense จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ TARADedu.com ราคา 162 บาท พิมพ์สี่สีทั้งเล่ม พิมพ์ครั้งแรกเดือนเมษายน 2551

  อ่านต่อที่นี่…

ธุรกิจ 3.0 - หนังสือที่คอ Make Money Online ควรอ่าน

biz300.jpgผมเพิ่งได้อ่านหนังสือเรื่อง ธุรกิจ 3.0 - 15 ขบถผู้กำหนดเกมใหม่ : วิเคราะห์ เรียนรู้ ถึง DNA ใหม่ในโลกธุรกิจยุค Metaverse เขียนโดย พงษ์ ผาวิจิตร ผู้มีประสบการณ์ทั้งในด้านการทำธุรกิจหลายหลาก และด้านการศึกษาค้นคว้าเขียนหนังสือ รวมถึงการเป็นผู้บรรยายความรู้ให้แก่ผู้คนในองค์กรธุรกิจ ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ผลงานการเขียนของ พงษ์ ผาวิจิตร นั้น ได้รับการยอมรับมานาน

เมื่อผมอ่านหนังสือเล่มนี้จบลงแล้ว ทำให้ผมได้มุมมองเรื่องปัจจุบันและอนาคตได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องที่ผมเขียน เขียนอนาคตประวัติศาสตร์ 10 ปีข้างหน้า ด้วย 10 แนวโน้มที่ต้องจับตา (1 และ 2)  ทำให้ผมได้ทำความเข้าใจความคิดตัวเองได้กระจ่างขึ้น  โดยเฉพาะประเด็นบทบาทของปัจเจกชน รัฐ และการสื่อสารสมัยใหม่ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

นี่คือประโยชน์ของการอ่าน ทำให้เราได้เปิดมุมมองและการรับรู้ใหม่ๆ  รวมถึงได้ทำความเข้าใจกับมุมมองและความคิดของตัวเองที่ไม่ชัดแจ้งให้กระจ่างขึ้นได้  นำไปสู่การเรียนรู้และทำสิ่งใหม่ๆ  การอ่านหนังสือเล่มนี้ ทำให้มีความคิดในการที่จะทำอะไรหลายๆอย่างมากขึ้น โดยเฉพาะการเตรียมตัวที่จะอยู่ในโลกอนาคตโดยสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้ไม่ถูกถีบตกไปอยู่ก้นหลุม

หนังสือเล่มนี้ อธิบายให้เราเห็นถึงภาพของวิถีชีวิตยุคใหม่  ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง  ปัจเจกชนถูกดึงเข้าสู่วังวนการแข่งขันของธุรกิจ  เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางสังคม  และผู้เขียนได้ชี้ให้เห็นว่า โลกในยุคสมัยต่อไป ไม่มีการแยกส่วนระหว่างคน รัฐ องค์กรทางสังคม แบบโดดๆต่อไปแล้ว  ทุกอย่างจะเกี่ยวโยงถึงกันหมด เหมือนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ที่เชื่อมโลกเข้าด้วยกัน

ธุรกิจในยุค 3.0 จึงเป็นธุรกิจที่อาศัยเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อน  ซึ่งวิถีชีวิตของคนเราก็ขึ้นอยู่กับสิ่งดังกล่าวมากยิ่งขึ้น  จะเห็นได้ว่า บรรดาธุรกิจที่เป็น “15 ขบถผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ที่กล่าวไว้หนังสือเล่มนี้ ส่วนมากเป็นธุรกิจด็อตคอม และเหล่าดิจิตอลมีเดีย ซึ่งก็จัดอยู่ในระนาบเดียวกัน

อ่านต่อที่นี่ …

April 30th, 2008 | 4 คนคุยกัน

คนกับกติกา และปัญหารัฐธรรมนูญไทย

mob3.jpgmob3.jpgmob3.jpg

การปกครองทุกระบบในทุกประเทศ รัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดในการปกครอง  รัฐธรรมนูญไทยทุกฉบับ รวมถึงฉบับ พ.ศ. 2550 มีบทบัญญัติไว้ว่า  กฎหมายใดที่ขัดกับรับธรรมนูญถือว่าใช้บังคับไม่ได้ อันแสดงให้เห็นถึงสถานะสูงสุดของรัฐธรรมนูญ

ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญแล้ว 18 ฉบับ รวมถึงฉบับ พ.ศ.2550 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และกำลังเป็นปัญหาสร้างความขัดแย้งทางการเมืองที่ดำเนินไปอย่างเข้มข้น  โดยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง นำโดยพรรคพลังประชาชน อันเป็นร่างทรงของพรรคไทยรักไทยเดิม ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ด้วยมีข้อรังเกียจว่า มีที่มาที่ไปไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะมีการร่างขึ้นภายใต้รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร  แต่ก็ถูกคัดค้านจากฝ่ายค้านและขบวนการประชาชนในนามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่กล่าวหาว่า พรรคพลังประชาชนและรัฐบาลต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม มิใช่เพื่อประชาชน

ปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นดังกล่าว รวมถึงที่ผ่านมาตั้งแต่ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญฉบับแรกในปี พ.ศ.2475  ส่วนมากแล้ว รัฐธรรมนูญตกเป็นเหยื่อของความขัดแย้งทางการเมือง  เพราะรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ ถูกกล่าวหาว่าไม่เป็นประชาธิปไตย  มีการทำลายหรือล้มล้างรัฐธรรมนูญอยู่เสมอ  ล่าสุด รัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2540 ก็ถูกล้มล้างโดยคณะรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 และรัฐธรรมนูญ ฉบับปี พ.ศ.2550 ก็กำลังจะถูกแก้ไขอีก ในข้อหาไม่เป็นประชาธิปไตย

จากเหตุการณ์ล้มล้างและแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นมาตลอดกว่า 70 ปีของระบอบประชาธิปไตยไทย  จึงทำให้เป็นที่น่าสงสัยว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นปัญหาจริงหรือไม่  กฎกติกาสูงสุดถูกทำลายและล้มล้างไปเพราะเหตุใด แม้จะมีบทบัญญัติของกฎหมายกำหนดโทษไว้สำหรับกรณีล้มล้างรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีผู้กระทำเช่นนั้นอยู่เรื่อยๆ และก็ใช้รัฐธรรมนูญนั่นแหละนิรโทษกรรมความผิดให้แก่ตัวเอง

พฤติกรรมของการล้มล้างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ทำให้เชื่อว่า รัฐธรรมนูญเป็นเพียงเหยื่อความขัดแย้งของคนเท่านั้น  เป็นเพียงข้ออ้างในการแย่งชิงอำนาจที่อิงอยู่กับผลประโยชน์ของกลุ่มคนที่มีอำนาจทางการเมือง  ดังนั้น คนจึงเป็นปัจจัยหลักในปัญหาประชาธิปไตย หาใช่รัฐธรรมนูญไม่  คนเป็นผู้ร่างกติกา เป็นผู้ใช้กติกา  เป็นผู้เปลี่ยนแปลงกติกา  ดังนั้น กติกาจะดีหรือไม่ดีก็ขึ้นกับผู้ใช้นั่นเอง

เพื่อให้มองเห็นภาพชัดเจนขึ้น โปรดพิจารณาข้อความต่อไปนี้

อ่านต่อที่นี่ …

April 28th, 2008 | 12 คนคุยกัน

Blog, Blogger ในฐานะ Citizen Journal, Citizen Reporter

finger.jpgปัจจุบันบล็อกไทยขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งบล็อกเดี่ยวๆที่บล็อกเกอร์ทำขึ้นมาโดยใช้ซอฟท์แวร์ของผู้ให้บริการฟรี อาทิ Word Press  หรือเขียนขึ้นมาเอง   และ Free Blog ที่มีอยู่มากมายทั้งของไทยและต่างประเทศ รวมถึง บล็อกขององค์กรต่างๆ ที่เปิดให้คนทั่วไปทำบล็อกฟรี ซึ่งจำนวนบล็อกที่แท้จริงนั้น ไม่มีใครได้สำรวจอย่างจริงจัง  แต่ก็น่าจะใกล้เคียงกับจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ต  เพราะเมื่อรู้จักใช้อินเตอร์เน็ตแล้ว คงมีน้อยคนที่ไม่รู้จักบล็อก

Blog ได้กลายเป็นคลื่นแห่งการสื่อสารลูกใหม่ของศตวรรษที่ 21  ที่สืบเนื่องมาจากผลของ “คลื่นลูกที่สาม” ใน ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ตามทฤษฎีของ อัลวิน ทอฟเลอร์ ที่แบ่งสังคมมนุษย์ออกเป็น 3 ช่วงใหญ่ๆ คือ ช่วงคลื่นลูกที่ 1  ยุคการเกษตร คลื่นลูกที่สอง  ยุคอุตสาหกรรม และคลื่นลูกที่สาม ยุคข้อมูลข่าวสาร ซึ่งการเกิดขึ้นของ Blog นั้นย่อมเป็นผลพวงมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร (Information and Communication Technology-ICT) และ Blog ก็เป็นส่วนหนึ่งของ ICT ดังกล่าว โดยมีสถานะเป็น ทั้ง Technology และ Information and Communication ด้วย

คลื่นลูกที่สามได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแก่สังคมอย่างรวดเร็วและแบบก้าวกระโดด  โดยเฉพาะเทคโนโลยี ICT ได้สร้างสรรค์เครื่องมือสื่อสารใหม่ๆที่เปิดโอกาสให้ปัจเจกชนสามารถเข้าถึงและใช้งานได้ทุกระดับชั้น เทคโนโลยีเหล่านี้กระจายไปได้ทุกซอกมุมของโลก ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะ Blog เท่านั้นครับ

อ่านต่อที่นี่ …

April 26th, 2008 | 12 คนคุยกัน

เจ้าชีวิต

ตาลเดี่ยว

ใครเคยสังเกตบ้างว่า ชีวิตของคนเรานี่แปลกมาก  ดูเหมือนว่าเราสามารถควบคุมได้  บังคับให้อยู่ในกำมือของเรา  แต่พอเอาเข้าจริงแล้ว  กลับไม่ใช่  เราไม่สามารถควบคุมชีวิตให้อยู่ในกรอบและเกณฑ์ที่เราต้องการได้เสมอไป  เรากลับเป็นฝ่ายต้องเดินตามชีวิต  มันจะพาไปไหนเราก็ต้องตามต้อยๆ   ทุกข์สุขอย่างไรก็แล้วแต่ชีวิตจะเป็น

ในทุกงานที่ผ่านมา  พบได้พบเห็นคนเป็นจำนวนมาก ที่ถูกชีวิตบังคับควบคุม  ทั้งๆที่ดูเหมือนว่าแรกเริ่มเดิมทีนั้น เขาเป็นฝ่ายควบคุมชีวิต  เป็นเจ้าแห่งชีวิตของตนเอง

อย่างเช่นเรื่องนี้ที่ผมเกี่ยวข้องเมื่อสิบปีกว่าก่อน…

นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่หลายคนในยุคสมัยที่ตนรุ่งโรจน์  มีชื่อเสียงโด่งดัง มีเพียงแค่เค้าโรงเรื่อง  ยังไม่ลงมือเขียน สำนักพิมพ์ก็จับจองจ่ายเงินให้แล้ว  เกียรติยศและสตางค์หลั่งไหลมาอย่างไม่ขาดสาย   มากเหมือนน้ำหลาก   ราวกับจะไม่มีวันหมด   ตอนนั้นแหละที่ชีวิตอยู่ในกำมือ จะใช้มันอย่างไรก็ได้  

 แล้ววันหนึ่งน้ำที่เคยหลากก็แห้งหายไปฉับพลัน  เหมือนน้ำป่าบ่ามาแรงก็แห้งไปเร็ว   เร็วจนตั้งตัวไม่ทัน 

            ผ่านยุคสมัยอันรุ่งโรจน์ไปแล้ว  ชีวิตที่เคยเป็นเจ้าของ  จะใช้มันอย่างไรก็ได้  กลับกลายเป็นว่าไม่สามารถจะใช้งานมันได้  ชีวิตกลับมาควบคุมเราไว้ในกำมือ

            เขามือตกหรือก็เปล่า  ยังเขียนหนังสือดีเช่นเดิม  แต่ชีวิตไม่ให้โอกาสเขาอีกแล้ว  เหมือนกับมันจะบอกว่า  เอ็งพอแล้ว  ใช้ข้าตามใจมามากแล้ว  ที่นี้ข้าจะใช้เอ็งบ้าง

อ่านต่อที่นี่ …

April 25th, 2008 | 12 คนคุยกัน

ดูละครเกาหลีก่อนแล้วย้อนดูละครไทย

daejungum.jpg

มูลเหตุที่ทำให้ผมอยากเขียนเรื่องนี้  มีอยู่หลายประการ ประการแรก ก็คือ ผมเคยทำงานเป็น Out Source ในบริษัทเกาหลีแห่งหนึ่งในประเทศไทยเมื่อหลายปีก่อน  จึงพอจะรู้จักคนเกาหลีอยู่บ้าง ประการที่สอง ก็คือ การไหลบ่าของวัฒนธรรมเกาหลี ทั้งวัฒนธรรมดั้งเดิม เช่น เรื่องอาหาร การแต่งตัว และวัฒนธรรมป๊อบ เช่น หนัง ละคร นักร้อง นักแสดงพันธุ์เกาหลีที่กลายเป็นเทรนด์ใหม่ของวัยรุ่นไทย ประการที่สาม ก็คือ ลูกสาววัย 11 ขวบของผม ก็เป็นคนหนึ่งที่อินเทรนด์เกาหลี โดยดูซีรี่ย์เกาหลี ดูเกมส์โชว์เกาหลี และฟังเพลงเกาหลี   เธอจึงรู้จัก แดจังกึมและลียองเอ ชอบเจ้าหญิงวุ่นวายเจ้าชายเย็นชาและยุนอึนเฮ  สนุกสนานกับเกมส์โชว์ X-MAN ทำให้เอ่ยชื่อ คังโฮดง,ลีซิงกิ,คิมจองกุกอีริคมุน และ ฯลฯ ได้อย่างคล่องปาก  เธอผู้มีอายุ 11 ขวบ ต่ออินเตอร์เน็ต เข้าเว็บ Esnip, Imeem, Ijigg เพื่อดาวน์โหลดเพลงของ ดงบังซิงกิ ลง MP3 แม้ตอนไปกินข้าวที่ศูนย์อาหารในห้างก็สั่งหมูทอดแบบเกาหลี เรื่องเกาหลีทั้งหลายที่กล่าวมานี้ เธอรู้จักดีเท่าๆกับเรื่องไทยๆ เช่น AF ตี๋ ต้อล ลูกโป่ง พะแพง ว่าน โฟร์มด เกิลลี่เบอรี่  ป๊อด-โมเดิร์นด็อก รวมถึง “ถ้าคุณแน่อย่าแพ้ป.4″ และครูเป๊ะ 

ผมจึงสงสัยเหมือนพ่อแม่อีกไม่น้อยว่า ทำไมเทรนด์เกาหลีจึงมีอิทธิพลต่อเด็กๆ (และผู้ใหญ่ด้วย อย่าปฏิเสธเสียให้ยากนะตัวเอง) ผมจึงค้นคว้าหาคำตอบ เพื่อให้หายสงสัย

อ่านต่อที่นี่ …

April 24th, 2008 | 14 คนคุยกัน

เขียนอนาคตประวัติศาสตร์ 10 ปีข้างหน้า ด้วย 10 แนวโน้มที่ต้องจับตา (2)

เขียนอนาคตประวัติศาสตร์ 10 ปีข้างหน้า ด้วย 10 แนวโน้มที่ต้องจับตา (2)คราวที่แล้ว กล่าวถึง 5 แนวโน้มไปแล้ว คราวนี้ มาว่าต่อถึง 5 แนวโน้มที่เหลือที่จะเกิดขึ้นในโลกอนาคตครับ

6. อำนาจโลกใหม่ (น่าจะเรียกว่า New World Power) นั่นคือ อำนาจทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่เคยเรียกว่าประเทศโลกที่สาม หรือประเทศกำลังพัฒนาเมื่อ 20 ปีก่อน  อันหมายถึงประเทศที่อยู่นอกทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ  ในปัจจุบันนี้มีหลายประเทศที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด จนกลายมาเป็นประเทศที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจโลก ที่สำคัญได้แก่ จีน อินเดีย  บราซิล และกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียที่เป็นเจ้าของบ่อน้ำมัน ที่ลุกขึ้นยืนตั้งหลักได้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และกำลังจะกลายเป็นประเทศที่ท้าทายมหาอำนาจทางเศรษฐกิจเดิม อย่างกลุ่ม ยุโรป อเมริกา  ญี่ปุ่น ซึ่งชัดเจนขึ้นทุกขณะ คือ

จีน มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอันดับหนึ่ง แม้เศรษฐกิจของจีนจะเป็นไปในลักษณะการรับจ้างผลิตสินค้าแต่ก็มีการพัฒนาอุตสาหกรรม ระบบการเงินการธนาคาร การลงทุนอย่างดีเยี่ยม ทำให้มีเงินสำรองระหว่างประเทศมากที่สุดในโลก มีความมั่นคงทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง จึงเริ่มเข้าไปลงทุนในบรรษัทใหญ่ๆของสหรัฐเมริกา  มีการทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเพื่อเซ้งกิจการขนาดยักษ์ที่มีปัญหา แต่ก็ถูกกีดกันจากทั้งรัฐบาลและองค์กรธุรกิจในสหรัฐ ที่น่าจับตามองก็คือจีนขยายการลงทุนไปยังประเทศในทวีปอาฟริกา ซึ่งจีนกำลังมีบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของดินแดนที่ไม่มีใครสนใจอย่างจริงจังมาก่อน 

อินเดีย กลายเป็นมหาอำนาจทางไอทีรายใหม่ของโลก รวมทั้งเป็นแหล่งผลิตบุคลากรไอทีและวิทยาศาสตร์ป้อนให้แก่บริษัทต่างๆทั้งยุโรปและอเมริกา กลายเป็นแหล่ง Out Source ที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ ยังไม่นับการที่ทุนอินเดียรุกคืบเข้าไปครอบครองกิจการในอเมริกาและยุโรปอย่างช้าๆ

บราซิล ประเทศในทวีปอเมริกาใต้แห่งนี้กำลังเป็นที่จับตามองในแง่ที่เป็นแหล่งทรัพยากรอันสมบูรณ์ โดยเฉพาะการค้นพบบ่อน้ำมันขนาดใหญ่ที่มีปริมาณสำรองเป็นจำนวนมาก และการจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เศรษฐกิจของบราซิลเติบโตแข็งแรง รวมไปถึงการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ บราซิลก็ทำได้ไม่แพ้ชาติอื่นที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

อ่านต่อที่นี่ …

April 22nd, 2008 | 8 คนคุยกัน

เขียนอนาคตประวัติศาสตร์ 10 ปีข้างหน้า ด้วย 10 แนวโน้มที่ต้องจับตา (1)

เขียนอนาคตประวัติศาสตร์ 10 ปีข้างหน้า ด้วย 10 แนวโน้มที่ต้องจับตาผมขอฉลองครบรอบ 3 เดือนของบล็อก KosolTalk.com ในวันที่ 22 เมษายน 2551 นี้ (นับจากโพสต์แรกเมื่อ 22 มกราคม 2551) ด้วยการเขียนอนาคตประวัติศาสตร์ โดยการคาดการแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนับจากวันนี้ไปอีก 10 ปีข้างหน้าในขอบเขตประเทศไทยและโลก เพื่อเป็นการลับสมองประลองปัญญาของผมเอง และขอชวนพวกเราทั้งหลาย ได้เขียนอนาคตประวัติศาสตร์ ตามประสบการณ์และความคิด ของแต่ละคนด้วยกันครับ

สิ่งที่ผมคิดว่าจะเป็นแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นอย่างชัดเจนใน 10 ปีข้างหน้า 10 อย่าง คือ

1. พลังอำนาจของปัจเจกชน(ขอเรียกว่า Idividaul Power ไปพลางๆ) ปัจเจกชนก็คือพวกเรานี่แหละครับ คือคนแต่ละคนที่มีความคิด ประสบการณ์ และชีวิตที่มีรูปแบบเฉพาะของตนเอง  แต่ก่อนปัจเจกชนจะถูกควบคุมโดยกฎ ระเบียบ แบบแผน ของโลก ของประเทศ ของสังคม ขององค์กรที่ตนสังกัด  จึงขาดอำนาจต่อรองในเรื่องต่างๆ  แต่นับจากนี้ไป ปัจเจกชนจะสามารถต่อรองกับองค์กรทั้งหลายที่เคยบีบังคับพวกเขาได้มากขึ้น และมีพลังมากขึ้น โดยการรวมตัวกันของปัจเจกชนเป็นกลุ่มก้อน และเป็นการเฉพาะกิจ เพื่อกระทำเรื่องราวหนึ่งๆให้สำเร็จลงไปแล้วก็เลิกกัน โดยอาศัยเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่เป็นตัวเร่งเร้า เชื่อมโยง และเป็นศูนย์รวมให้ปัจเจกชนสามารถเข้ามารวมตัวเพื่อต่อรอง  ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนของพลังปัจเจกชนคือ การรวมพลังกันเพื่อช่วยเหลือคนๆหนึ่ง เช่น บรรดาศิลปินจัดงานเพื่อช่วยเหลือยอดรัก สลักใจ ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง หรือ กรณีผู้อ่านและผู้ศรัทธาในหนังสือพิมพ์มติชน ช่วยกันระดมทุนลงขันซื้อหุ้นหนังสือพิมพ์มติชนเพื่อไม่ให้ บริษัทแกรมมี่เข้ามาซื้อหุ้น เป็นต้น  ปัจเจกชนเหล่านี้เมื่อรวมตัวกันทำภารกิจเสร็จแล้ว ต่างก็แยกย้ายกันไป นี่จะเป็นพลังสำคัญที่จะก่อรูปขึ้นอย่างชัดเจนขึ้นในอนาคต

อ่านต่อที่นี่ …

April 22nd, 2008 | 7 คนคุยกัน

KOSOLTALK.COM| Powered by WordPress | Blue Weed by Blog Oh! Blog | Entries (RSS) and Comments (RSS).