ปภาดา อมรนุรัตน์กุล กับหนังสือ Google Webmaster เครื่องมือลับ Google สำหรับเว็บมาสเตอร์ [ July 3rd, 2008 ] อยู่ในหมวด » Book Talk

ในบรรดาผู้เป็นเจ้าของเว็บไซต์และบล็อกทั้งหลาย คงกระหายที่จะให้เว็บไซต์หรือบล็อกของตนปรากฏอยู่ในหน้าต้นๆของการค้นหาใน Search Engine ต่างๆ โดยเฉพาะ Google Search เป็นแน่แท้ ยิ่งเว็บหรือบล็อกที่เกี่ยวข้องกับการค้าขาย การทำธุรกิจออนไลน์ Blog Marketing , Make Money online, Affiliate Business หรือกระทั่ง aStore ของคู่ค้าที่ทำธุรกิจกับ Amazon.com ก็ย่อมปรารถนาปรากฏอยู่บนหน้าหนึ่งของ Google ด้วยกันทั้งสิ้น

สำหรับผู้ที่มีความรู้เรื่อง Search Engine ก็ได้เปรียบ แต่สำหรับผู้ไม่รู้และอ่านภาฝรั่งไม่ออก ก็คงต้องปล่อยไปตามมีตามเกิด ถ้าไม่มีผู้รู้แบ่งปันความรู้ แต่ปัจจุบันนี้นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างมาก ที่มีผู้รู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องการทำให้เว็บไซต์และบล็อกปรากฎอยู่ในหน้าที่โดดเด่นของ Search Engine ทั้งหลาย นั่นคือหน้าหนึ่งของ Google ,yahoo, live, msn เป็นต้น

หนึ่งในหนังสือดังกล่าวก็คือ Google Webmaster เครื่องมือลับ Google สำหรับเว็บมาสเตอร์ ที่กำลังจะแนะนำนี้

หนังสือเล่มนี้ เขียนโดย ปภาดา อมรนุรัตน์กุล หรือที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า “เปิ้ล” เจ้าของบล็อก Goople-adsense.com ที่เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการหารายได้ทางอินเตอร์เน็ตด้วย Google Adsense จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ TARADedu.com ราคา 162 บาท พิมพ์สี่สีทั้งเล่ม พิมพ์ครั้งแรกเดือนเมษายน 2551

  อ่านต่อที่นี่…

เราได้อะไรจากกรณี xxx.kapook.com

ปรเมศร์ มินศิริ ภาพจาก manager.co.th

เรื่องอื้อฉาวในโลกอินเตอร์เน็ตของไทยในเดือนมีนาคม  ที่โด่งดังไม่แพ้วิวาทะสายัณห์-ยอดรัก บนสื่อกระแสหลัก ก็ต้องยกให้กรณีโดเมนอื้อฉาว xxx.kapook.com ที่เกิดมาจากความผิดพลาดของการบริหารจัดการ (ตามคำบอกเล่าของผู้บริหารเว็บไซต์เจ้าของเรื่อง คือ http://www.kapook.com/ ) นั้น กลายเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ถกเถียงกันอื้ออึงในโลกอินเตอร์เน็ต และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วเหมือนไฟลามทุ่ง โดยพุ่งเป้าไปที่ผู้บริหารเว็บ kapook.com ว่ากระทำการไม่เหมาะสมที่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น

ในที่สุดเจ้าของเว็บไซต์ kapook.com ที่ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ประกาศลาออกจากตำแหน่งด้วยเหตุผลที่แถลงไว้ว่า “เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม” ทำให้ต้องมีการเลือกตั้งนายกฯคนใหม่ในไม่ช้านี้

(< ภาพ ปรเมศร์ มินศิริ จาก ผู้ดการออนไลน์ )

 

นอกจากการลาออกจากตำแหน่งของนายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย คือ ปรเมศร์ มินศิริ แล้ว เราได้อะไรจากกรณีนี้

อ่านต่อที่นี่ …

March 28th, 2008 | 3 คนคุยกัน

อะไรๆก็หา Professor Google of Internet University in Cyber World : ระวังจะถูกเทคโนโลยีครอบงำ

Professor Google of Internet University in Cyber World

หากเปรียบโลก Cyber เป็นโลกๆหนึ่งที่มีฐานข้อมูลความรู้มากมายมหาศาล Internet ก็เป็นเครื่องมือในการค้นหาข้อความรู้เหล่านั้น ซึ่งไม่ต่างจากมหาวิทยาลัยอันเป็นสถาบันการศึกษาที่รวบรวมข้อมูลความรู้เอาไว้ให้นำมาใช้ประโยชน์ และ Google ก็เปรียบเสมือนอาจารย์ผู้รวบรวมความรู้เหล่านั้นมาไว้ด้วยกันในหอสมุด และทำหน้าที่ชี้แนะให้แก่นักศึกษาและผู้สนใจให้สามารถค้นหาข้อมูลความรู้ตามที่ตนต้องการได้อย่างรวดเร็ว

อันที่จริงแล้ว การเปรียบเทียบดังกล่าว ยังไม่ครอบคลุมคุณสมบัติทั้งหมดของ Google, Internet และ Cyber World  เพราะความหมายของอาจารย์ มหาวิทยาลัย และโลก มีความเป็นกลาง มุ่งประโยชน์เป็นหลัก  ไม่มีภาพลักษณ์ในทางลบหรือในทางเสียหาย  เพราะโดย วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และหน้าที่ของทั้งสามสิ่ง ล้วนเป็นไปเพื่อเอื้อประโยชน์ให้มนุษย์ทั้งหลายอยู่ดีมีสุขกันทั้งสิ้น

แต่โลก Google, Internet และ Cyber แฝงไว้ทั้งด้านบวกและลบ เอื้อทั้งประโยชน์และนำมาซึ่งโทษแก่คนที่ใช้งาน  มีอิทธิพลที่จะครอบงำคนได้  ลดการใช้กำลังและสติปัญญาของคน  เพิ่มความสะดวกสบาย  ขจัดอุปสรรคลงไปเป็นจำนวนมาก ทำให้คนคุ้นเคยกับความรวดเร็วทันใจแบบสำเร็จรูป  ซึ่งในที่สุด อาจบั่นทอนศักยภาพของคนลงไปทั้งทางกายและทางใจ

นั่นคือ ศักยภาพที่จะทำสิ่งต่างๆด้วยตนเอง  โดยใช้สมอง สองมือ สองเท้า พละกำลังทางกาย  และศักยภาพในการคิด จินตนาการ โดยใช้สมอง  ศักยภาพที่จะรับมือกับความกดดันต่างๆที่เข้ามาบีบคั้นกายและใจ  สิ่งต่างๆเหล่านี้นับวันจะลดน้อยลง เพราะเทคโนโลยีสามารถรับภาระแทนไปได้หลายอย่าง ทำให้ไม่มีความคุ้นเคย  หากวันใดที่เทคโนโลยีเกิดมีปัญหา  คนอาจจะไม่สามารถรับมือปัญหาด้วยตัวเองได้

การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร (Information and Communication Technology - ICT ) ในช่วงประมาณ 25-30 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่การปรากฏขึ้นของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ตามมาด้วยระบบปฏิบัติการวินโดว์ การเกิดขึ้นของอินเตอร์เน็ต  การเข้ามาของเสิร์ชเอ็นจิ้นอย่างกูเกิล  ล้วนมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้คนก้าวไปสู่การพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันนี้ การพึงพาเทคโนโลยีอาจเรียกได้ว่าเข้าสู่ขั้นการถูกครอบงำแบบอ่อนๆไปแล้ว

การครอบงำที่ว่านั้นเป็นอย่างไร… 

อ่านต่อที่นี่ …

March 26th, 2008 | 3 คนคุยกัน

True Visions กับการแก้ปัญหานอกขั้นตอนปกติ

                                                                                            

 ผมเป็นสมาชิกเคเบิลทีวี True Visions ตั้งแต่ปีแรกที่ก่อตั้ง นั่นคือเมื่อครั้งที่ยังเป็น UTV และมีคู่แข่งคือ IBC ต่อมาทั้งสองรายแข่งขันกันไปก็คงรังแต่จะเจ็บทั้งคู่ เพราะเป็นระยะเริ่มต้น สมาชิกยังน้อยอยู่ ดังนั้นจึงมีการควบรวมกันกลายเป็น UBC จนกระทั่งเปลี่ยนแปลงตัวเองมาเป็น True Visions ในปัจจุบัน

True Visionsผมเป็นสมาชิกที่ดีมาตั้งแต่ต้น นั่นคือ ชำระค่าบริการตรงเวลา มีล่าช้าอยู่ครั้งหรือสองครั้งเพราะลืม ไม่ใช่ตั้งใจเบี้ยว  เมื่อขึ้นค่าบริการผมก็ยินยอมจ่ายเพิ่มแต่โดยดี เนื่องจากเบื่อหน่ายฟรีทีวีที่มีแต่รายการที่ไม่ชอบ  ส่วนเคเบิลทีวีมีรายการให้ดูมากกว่า เช่น สารคดีต่างๆ  หนังก็หลายช่อง การ์ตูนก็หลายช่อง  แม้ว่าจะฉายซ้ำๆซากๆแต่ก็พอทน  เพราะมีของใหม่ๆเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ

การบริการก็ดีครับ เมื่อมีปัญหาก็มาจัดการมาแก้ไขให้รวดเร็ว ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือสัญญาณขัดข้อง อันเนื่องมาจากกล่องรับสัญญาณเสื่อมสภาพตามอายุใช้งาน  ช่างมาเปลี่ยนให้ก็ใช้งานได้ตามเดิม

ก่อนที่ช่างจะมานั้น เมื่อแจ้งเข้าไปยังศูนย์รับเรื่อง  ก็จะได้รับคำแนะนำให้แก้ไขปัญหาเบื้องต้นคือ  ให้ตรวจเช็คสัญญาณด้วยการกดเมนูบนรีโมตคอนโทรลแล้วทำตามที่เขาแนะนำ  ถ้ายังไม่หายก็ให้ปิดเครื่องทั้งโทรทัศน์และกล่องรับสัญญาณ  ถอดปลั๊ก จากนั้นก็เสียบปลั๊ก เปิดกล่อง ลองสัญญาณใหม่  ถ้าหายก็จบลงตรงนั้น อาจมีการเร่งสัญญาณเพิ่มให้เราขึ้นด้วย  (เขาบอกอย่างนั้น) ถ้ายังไม่หายก็จะส่งช่างมาแก้ไขให้ในวันนั้นหรืออย่างช้าก็รุ่งขึ้น

ทุกครั้งที่มีปัญหาการติดต่อกันก็ทำตามขั้นตอนนั้นทุกอย่าง ผมจึงสรุปว่านั่นคงเป็นขั้นตอนการปฏิบัติตามปกติตั้งแต่สมัย UTV มาจนถึงปัจจุบัน เพราะทุกๆครั้งก็จะทำตามนั้น

ต่อมาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา  เกิดปัญหาที่อยู่นอกขั้นตอนปกติขึ้น กล่าวคือ สัญญาณที่ผมได้รับติดๆดับๆ  บางช่วงดับนาน บางช่วงติดนาน ผมได้แจ้งไปดังที่เคยทำทุกครั้ง การแก้ไขปัญหาก็ทำตามขั้นตอนเดิม และส่งช่างมาตรวจสอบในวันรุ่งขึ้น แต่ปัญหายังไม่จบ…

อ่านต่อที่นี่ …

March 25th, 2008 | 3 คนคุยกัน

ทำ Generation D รุ่นจิ๋วให้แจ๋วกันอย่างไรดี…

ทำ Generation D รุ่นจิ๋วให้แจ๋วกันอย่างไรดีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมคิดถึงเรื่อง Generation D ขึ้นมาสองเหตการณ์  อันแรกเกิดขึ้นที่ห้องประชุมโรงเรียนที่ลูกสาวผมเรียนอยู่ เหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นที่บ้าน

เหตุการณ์แรก เป็นการประชุมผู้ปกครองนักเรียนชั้น ป.4-5 ลูกสาวผมเรียนอยู่ ป.4 เปิดเทอมนี้ก็จะขึ้น ป.5 ครูเชิญผู้ปกครองไปอบรมความรู้เกี่ยวกับการดูแลลูกหลานทุกปิดเทอมใหญ่ ผมกับเมียก็ไปทุกปีตั้งแต่ลูกเรียนอนุบาลโน่นแน่ะ

งานอบรมผู้ปกครอง ครูจะแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกพูดเรื่องการเรียนการเล่นของเด็ก  แจกสมุดรายงานผลการเรียน อธิบายเรื่องต่างๆ เหมือนที่เคยพูดทุกปี ส่วนที่สองจะพูดถึงเรื่องพิเศษ ปีนี้ ครูได้ยกเอาเรื่องการใช้อินเตอร์เน็ตมาพูดให้ฟัง ว่าควรจะบริหารจัดการเรื่องใช้อินเตอร์เน็ตของเด็กๆอย่างไร โดยนำเอางานศึกษาวิจัยของอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาเสนอให้ผู้ปกครองรับรู้ ทั้งยังทำสำเนาแจกจ่ายให้ด้วย นับว่าดียิ่ง หากมีโอกาสผมจะสรุปมาให้อ่านกัน

ครูบอกว่าเทคโนโลยี ซึ่งในครั้งนี้เน้นอินเตอร์เน็ตนั้น มีประโยชน์อนันต์และมีโทษอย่างมหันต์ด้วยเช่นกัน พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีอินเตอร์เน็ตในบ้าน ควรจะจัดระเบียบและบริหารการใช้ให้เด็กๆให้ดี  อย่าให้คอมพิวเตอร์และทีวีเลี้ยงลูก ครูบอกอย่างนั้น แล้วครูก็ยกการบริหารจัดการของครูเองขึ้นมาให้เราได้รู้เป็นตัวอย่าง  ถ้าเราใช้ให้ถูกต้องได้ประโยชน์มหาศาล ครูย้ำ

นั่นคือเหตุการณ์แรก  เหตุการณ์ต่อมาเกิดขึ้นที่บ้าน หลังจากจบการอบรมที่ใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง ผมกับเมียก็ไปรับลูกที่บ้านยาย ไปซื้อของที่ห้างแห่งหนึ่ง คือห้าง Lusto (นามสมมติ อิอิ) ไปดูเครื่องเล่นเอ็มพี 3 ให้ลูกสาว แต่ผมเห็นโทรศัพท์มือถือ i-Mobile มีทั้งวิทยุเอฟเอ็ม เอ็มพี 3 จึงเกิดความงกขึ้นมาฉับพลัน เสนอให้ซื้อโทรศัพท์มือถือแทน ซื้ออย่างเดียวได้ตั้ง 3 อย่าง ผมบอก  เป็นอันว่าตกลง เมียผมยอมจ่ายโดยดี (แหะๆ)

อ่านต่อที่นี่ …

เมื่อผมเห็นรอยตีน Google Bot

Google Bot

เมื่อสองสามวันก่อน ผมลองเปิดดูสถิติของเว็บผมเว็บหนึ่ง ผ่าน extreme tracking พอดีไปเจอะเข้ากับร่องรอยของใครคนหนึ่ง ที่ทิ้งสัญลักษณ์ GG เอาไว้  แรกเห็นผมก็สงสัย เพราะตั้งแต่หมกมุ่นกับพวก SEO เอย  Keyword เอยแบบเอาจริงเอาจังมาสอง-สามเดือน  ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน

            พองัดแงะ แกะเกากดนั่นกดนี่ก็ได้คำตอบว่า เป็นสัญลักษณ์ Bot ของท่านศาสตราจารย์ Google เขาเองน่ะแหละ

            ผมนึกในใจ แม่เจ้าโวย อันเว็บไซต์เราได้รับเกียรติจากกองทัพหุ่นยนต์ไซเบอร์อันเกรียงไกรของกูเกิลก๊กมาทิ้งรอยตีนไว้เลยเชียวเหรอนี่   เราโผล่ขึ้นจากหลุมทรายแล้วรึ  ได้เกิดอย่างแท้ๆแน่นอนแล้วหรือนี่

อ่านต่อที่นี่ …

March 24th, 2008 | 6 คนคุยกัน

Amazon Fever : โรคคลั่งรักอเมซอนระบาด

ผมรู้สึกแปลกใจมาก ที่เห็นคนเข้าบล็อก kosoltalk.com ด้วยคีเวิร์ดเกี่ยวกับ Amazon มากกว่าคำอื่น ทั้งๆที่ไม่ใช่บล็อกที่เสนอเรื่องอเมซอนโดยตรง จะมีก็เพียงแต่แนะนำหนังสือ สอนให้รวยด้วย Amazon.com ของคุณ สิทธิศักดิ์ บุญมาก กับพูดถึงบล็อก Makemany.com ในประเด็นเกี่ยวกับอเมซอนเท่านั้น  แต่ไฉนคำที่เกี่ยวกับอเมซอนจึงนำผู้คนเข้ามาที่บล็อกนี้เป็นจำนวนมาก (เมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์)  นั่นคือ คนที่เข้ามาด้วย คีย์เวิร์ด Amazon จำนวน 16 ครั้ง คิดเป็น 22.54 % และยังมีคำว่า Amezon หลงเข้ามาอีก 1 ครั้ง

            การเข้ามาด้วยคำที่เกี่ยวข้องกับ อเมซอน  และ Amazonในภาษาไทยก็มีหลายคำ รวมถึงคำที่เกี่ยวข้องกับการหารายได้ผ่านอินเตอร์เน็ต ทั้งยังมีคำตรงๆคือ สอนให้รวยด้วยอเมซอน เข้ามาให้เห็นหลายครั้ง(ดูรูปข้างล่างประกอบ)

อ่านต่อที่นี่ …

March 21st, 2008 | 3 คนคุยกัน

Generation D Type : รูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่น Digital

Generation D 2ผมได้ความคิดเรื่อง Generation D มาจากการสังเกตการณ์ใช้ชีวิตของคนรุ่นนี้  ซึ่งมีรูปแบบชีวิตที่แตกต่างจากคนรุ่นพี่รุ่นพ่ออยู่มาก  อันเนื่องมาจากอิทธิพลของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีการสื่อสารแบบดิจิตอลที่ส่งผลต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่นนี้เป็นอย่างมาก 

           เทคโนโลยีทำให้วิถีชีวิตของคนเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีการพิมพ์  วิทยุ โทรศัพท์ โทรทัศน์  ภาพยนตร์  ล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคน  การเกิดขึ้นของโทรศัพท์มือถือยุคแรกในระบบอนาล็อกเมื่อ 20 กว่าปีก่อนก็ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างขนานใหญ่ 

             เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมาระบบดิจิตอลได้กำเนิดขึ้นและถูกพัฒนาให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันนี้ ระบบดิจิตอลเข้ามามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของคนอย่างกว้างขวาง อุปกรณ์แทบทุกชนิดผลิตขึ้นโดยเทคโนโลยีดิจิตอล

            คนที่เติบโตขึ้นมาในยุคดิจิตอลน่าจะอยู่ในช่วงอายุ 30 ปีลงมา  คนรุ่นนี้คุ้นเคยกับอุปกรณ์เครื่องใช้สอยที่ประกอบด้วยระบบดิจิตอลที่สะดวกสบาย  อำนวยให้ชีวิตเคลื่อนไหวไปด้วยความรวดเร็ว  เทคโนโลยีในยุคนี้มีราคาถูกและใช้งานง่าย  คนที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีจึงสามารถรับเอาเข้ามาในชีวิตได้อย่างรวดเร็ว  ส่งผลต่อวิธีคิด การดำเนินชีวิตของพวกเขา  แม้จะยังไม่ปรากฏเด่นชัด แต่ก็มีเครื่องบ่งชี้หลายๆอย่าง ดังที่ผมเคยเขียนไว้ในตอนแรก [อ่านที่นี่] ที่จะได้ตั้งข้อสังเกต หรือสมมติฐานเพิ่มเติมในบทความนี้

            รูปแบบของการใช้ชีวิตของคนรุ่น Generation D (ขอเรียกว่า Generation D Type ไปพลางๆก่อน)  ข้อบ่งชี้ส่วนหนึ่งที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ และจะปรากฏผลชัดเจนในอีกไม่ช้าไม่นานนี้ ประกอบด้วย 3 F 3 I

            อันดับแรก ว่าด้วยเรื่อง 3 F ได้แก่

อ่านต่อที่นี่ …

KOSOLTALK.COM| Powered by WordPress | Blue Weed by Blog Oh! Blog | Entries (RSS) and Comments (RSS).