วณิพกผู้ยิ่งใหญ่
Posted by โกศล อนุสิม on
June 28, 2008
ผมชอบฟังเพลงลูกทุ่ง โดยเฉพาะเพลงลูกทุ่งรุ่นเก่า เป็นเพลงที่มีมนต์เสน่ห์ยิ่ง เป็นเครื่องมือที่พาใจเราย้อนไปสู่อดีตได้อย่างลึกซึ้ง ยากที่จะมีอะไรมาทัดเทียมภาษาของดนตรีได้
ผมชอบฟังเพลงลูกทุ่งที่มีคนร้องสดๆ แม้ไม่ไพเราะเสนาะสนานเหมือนฟังจากเสียงต้นฉบับ แต่เมื่อเปล่งออกมาจากปากของใครย่อมแสดงว่าเพลงนั้นเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา หากไม่เช่นนั้นคงไม่ร้องออกมา
ที่สรุปเช่นนี้ย่อมเอาความรู้สึกของตัวเองเป็นที่ตั้ง เพราะถึงแม้ผมเองจะชอบฟังเพลงลูกทุ่งทุกเพลง แต่มีเพียงไม่กี่เพลงเท่านั้นที่ผมร้อง นั่นเป็นเพราะผมรู้สึกว่าเพลงนั้นมีส่วนอย่างมากในชีวิตของผม
tags: ดนตรี, วณิพก, วณิพกตาบอด
5 Comments
ความตาย มันไม่แน่หรอกคุณ
Posted by โกศล อนุสิม on
June 27, 2008

< อีกหน่อยเราก็เป็นเช่นนี้
ภาพจาก puttagamo.com
…………………………………….
ผมชอบคำที่ใครก็ไม่รู้พูดไว้ว่า ในโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนสักอย่าง ยกเว้นความตายและการจ่ายภาษี สองอย่างนี้ทุกคนต้องเจอกันถ้วนหน้า ไม่ว่า ไทย ฝรั่ง จีน แขก ตั้งแต่โบรณนานมาจนถึงปัจจุบัน ยิ่งโลกจำเริญไปเท่าไรก็ดูเหมือนว่าภาษีจะซับซ้อนซ่อนเร้นมากยิ่งขึ้น จนจ่ายกันแทบไม่ไหว
ภาษีนั้นดีอยู่อย่างหนึ่ง คือเรารู้ว่าจะมาถึงเมื่อใด จะจ่ายเท่าใด ทำให้เตรียมตัวเตรียมใจเตรียมพร้อมล่วงหน้าได้ ยิ่งเฉพาะปัจจุบันนี้พอรับรายได้ปุ๊บเขาหักไปปั๊บทันที ณ ที่จ่าย ทำให้ไม่ต้องจ่ายทีเดียวหนักๆ แต่ก็เป็นการมัดมือชกไปในตัว ทำให้เราเลี่ยงไม่ได้
เราตกอยู่ในสายตาของตัวเอง
Posted by โกศล อนุสิม on
June 24, 2008

ผมมองรูปนี้อยู่นาน กว่าจะเก็บมาเล่าเรื่อง อันที่จริงแล้ว ถ่ายคู่กับเพื่อนในวันรับปริญญาของเพื่อนที่สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วนปริญญาของผมนั้น ห่างจากเพื่อนมาก และผมรับจากไปรษณีย์ที่นำมาส่งให้ถึงบ้าน
การรับปริญญานั้น มีขั้นพิธีการมากมายเหลือเกิน มากเกินกว่าที่ผมจะอดทนร่วมได้ แต่ผมกลับอดทนในการเรียนให้จบการศึกษาช้ากว่าเพื่อน ทั้งที่ใช้เวลานานกว่าเข้าพิธีรับปริญญาจนเทียบกันไม่ติด
รูปถ่ายเก่าๆบอกอะไรได้หลายอย่าง ผมเห็นสายตาของตัวเองในภาพนี้ แล้วนึกถึงเมื่อสมัยหนุ่ม
วิธีปลุกปลอบใจแบบโง่ๆแต่ได้ผล
Posted by โกศล อนุสิม on
June 20, 2008

ทุกคนคงเคยนะครับ ที่อยู่ๆกำลังใจของเราหล่นหายโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือโดยเหตุอันไม่สมควร จนทำให้ตกระกำลำบากทางใจ นำไปสู่ความทรุดโทรมทั้งความคิด ความอ่าน การประกอบกิจการต่างๆ ในที่สุดก็ กลายเป็นของชำรุดไปโดยปริยาย
เมื่อเป็นของชำรุดแล้วย่อมใช้งานไม่ได้ หรือใช้ได้ก็ไม่เต็มประสิทธิภาพ เหมือนรถที่มีเครื่องยนต์ไม่สมประกอบ วิ่งกระตุกๆ นำไปใช้ก็รังแต่จะทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยเปล่าประโยชน์ จำเป็นต้องส่งเข้าฟื้นฟูสภาพที่อู่เพียงอย่างเดียว
คนเราก็ไม่ต่างจากรถยนต์ เมื่อกำลังใจหล่นหาย พลังในการสร้างสรรค์ก็ย่อมลดลง ยิ่งกำลังใจหล่นหายมากเท่าใด พลังก็ลดลงมากเท่านั้น ทำให้เกิดทุกข์ยิ่ง
เจ็บไข้ได้คิด ล้มหมอนนอนภาวนา
Posted by โกศล อนุสิม on
June 17, 2008
เริ่มตั้งแต่กลางวันวันพฤหัสฯที่ 12 มิถุนายน เกิดอาการระคายเคืองในคอเหมือนมีแมงมุมเกาะอยู่ข้างใน ต้องคอยกระแอมไล่ให้หลุดไปบ่อยๆ แต่ไม่นานก็กลับมาอีก สรุปแล้ววันทั้งวันก็นั่งกระแอมไล่แมงมุม ตกกลางคืนมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว เหมือนๆจะเป็นไข้ แต่ก็ผ่านไปโดยไม่มีอะไรมากว่าแมงมุมขยุ้มลำคอ
พอถึงวันศุกร์ เริ่มมีอาการเจ็บคอ จับไข้ กินยาพาราเซตามอลระงับอาการได้ อันเป็นปกติวิสัยของการปวดหัวตัวร้อน แต่พอกลางคืนวันศุกร์ ไม่ปกติเสียแล้วเพราะจับไข้แบบเต็มกำลัง เจ็บปวดไปทั้งตัว เจ็บคอเหมือนมีฝูงแมงมุมช่วยกันขยุ้มขย่ม พูดเสียงแหบพร่า พอตกวันเสาร์ก็เป็นคนป่วยโดยสมบูรณ์
ปีนี้อาการเจ็บป่วยประจำปีมาช้ากว่าทุกปี ปกติแล้วประมาณมีนาคม หรือเมษายน อย่างช้าก็ต้นพฤษภาคมจะพบกับอาการเจ็บไข้ ถ้าพ้นจากนี้ก็ยกยอดไปปีถัดไป แต่ปีนี้มาถึงเดือนมิถุนายน อาจเกิดแปรปรวนเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน ทำให้เชื้อโรคเดินทางมาถึงช้า ว่าเข้าไปนั่น
เหตุเกิดที่บ้านโคกก่อง
Posted by on
June 11, 2008
ผมไม่นึกหรอกว่า เรื่องนี้จะเริ่มต้นที่บ้านโคกก่อง เมื่อ 45 ปีที่แล้ว เวลานานขนาดนี้ก็พอที่จะลดทอนความจำของผู้คนลงไปได้มาก หลายเรื่องราวที่เกิดขึ้นอาจถูกลืมเลือนไปแล้ว และเมื่อถึงทุกวันนี้ บ้านโคกก่องก็คงเปลี่ยนโฉมหน้าไปแบบไม่เหลือเค้าเดิม
แต่สำหรับผม เรื่องทั้งหลายที่จะเล่าต่อไปนี้ มันยังแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ บางโอกาสก็ปรากฏในความฝันเมื่อตอนหลับ บางทีทำอะไรอยู่ดีๆก็นึกถึงขึ้นมา เมื่อเป็นเช่นนี้บางทีก็ตัดบทเลิกนึกคิด บางครั้งก็ปล่อยให้ความนึกคิดโลดแล่นไปตามแต่จะต้องการ
ผมเชื่อทุกคนก็คงมีอาการเช่นนี้ คือนึกถึงเรื่องราวบางอย่างขึ้นมาลอยๆ จากนั้นก็นึกถึงมันอย่างเป็นจริงเป็นจัง แต่บ้างครั้งก็รีบสลัดมันออกไปเสีย นี่เป็นธรรมดาของมนุษย์
เอาล่ะ ทีนี้มาว่าถึงบ้านโคกก่อง บ้านนี้อยู่ที่ไหน ทำไมจึงต้องบ้านโคกก่อง
บ้านโคกก่องเมื่อ 45 ปีก่อน ตอนเกิดเรื่อง เป็นหมู่บ้านหนึ่งในตำบลสำโรง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ปัจจุบันคือตำบลโคก่อง อำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี
Read the rest of this entry »




