Blogology and Blog Study ฝันอยากจะเห็นเป็นความจริง

kosolbloglog.bmpผมเฝ้ามองการเกิดขึ้นของสื่อสมัยใหม่ด้วยความหวังในทางที่ดี ทั้งสื่อเกิดใหม่อย่างเช่นสื่ออินเตอร์เน็ตและสื่อดิจิตอล ทั้งที่แตกตัวจากเสื่อกระแสหลักมาเป็นสื่อทางเลือก เช่น เคเบิลทีวีกับทีวีดาวเทียม ที่พัฒนาการมาจากสื่อทีวี  วิทยุชุมชน วิทยุผ่านดาวเทียม วิทยุดิจิตอล (ผ่านทางอินเตอร์เน็ต) สื่อเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่ทำให้เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น  และผู้คนก็สามารถเข้าถึงข่าวสารได้มากขึ้นเช่นกัน อิทธิพลของสื่อสมัยใหม่ดังกล่าวนับวันแต่จะเพิ่มขึ้น

เมื่อหันมามองอย่างจำเพาะเจาะจงที่สื่ออินเตอร์เน็ต  การเกิดขึ้นของสื่อดังกล่าวทำให้เกิดช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารได้มากขึ้น  โดยเสียค่าใช้จ่ายน้อยลง  นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สื่อชนิดนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ 20 ปีก็ครอบคลุมโลกไว้ทั้งหมด

การแตกแขนงออกมาจากเว็บไซต์ของเว็บบล็อก ก็เป็นไปในลักษณะเดียวกันกับการแตกแขนงออกจากสื่อกระแสหลักของ เคเบิลทีวี และวิทยุชุมชน นั่นคือ  ข้อจำกัดของเว็บไซต์แบบเดิมที่มีอยู่หลายอย่าง ที่สำคัญคือ เป็นการสื่อสารทางเดียวและค่าใช้จ่ายสูง  ทำให้มีการคิดค้นเว็บสมัยใหม่ขึ้นมาที่เรียกกันว่า เว็บบล็อก (Weblog) จนกระทั่งเรียกขานกันอย่างลงตัวว่าบล็อก (Blog) ในปัจจุบัน ตามที่พวกเราชาวบล็อก (Blogger) ทั้งหลายทราบกันดีอยู่แล้ว

บล็อกนี่เองที่สร้างปรากฏการณ์ของการสื่อสารในรูปแบบใหม่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน นั่นคือ สื่อภาคพลเมือง (Citizen Journal) และนักข่าวพลเมือง (Citizen Reporter) โดยสื่อก็คือบล็อก และนักข่าวก็คือบล็อกเกอร์ นั่นเอง

Read More …

May 7th, 2008 | 21 Comments

เมื่อ “เลขเด็ด” ลอยมาทาง SMS : ตอกย้ำสื่อการตลาดแบบ “ตรงถึงตัว ไม่ตกหล่น เล็งผลได้”

smsmaketing.gif

ภาพประกอบจาก thaitelephone.com

…………

 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2551 ผมได้รับข้อความสั้นหรือ SMS (Short Massage Service) ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกเจ้าจะส่งไปให้ผู้ใช้บริการ บางวันก็มากเกินไปจนสร้างความรำคาญ แต่ก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องของการตลาดภาคบังคับ ที่ผู้บริโภคจำยอมต้องรับสภาพ คงร้องเรียน สคบ. ไม่ได้ เพราะไม่เกี่ยวกับปัญหาคุณภาพของการบริการ

SMS ที่ผมได้รับดังกล่าวคงไม่สร้างความแปลกใจให้ ถ้าเป็นเรื่องการขายสินค้าปกติทั่วไป เช่น ริงโทน โหลดเพลง หรือบริการอื่นๆที่บอกว่าฟรี แต่คราวนี้ผมต้องแปลกใจที่ไม่ใช่ของพวกนั้น แต่เป็นสินค้าใหม่ที่เพิ่งจะเห็นเข้ามาทำการตลาดผ่าน SMS นั้นคือ “เลขเด็ด”

ข้อความที่ส่งมาเขียนว่า “งวดนี้อยากรวย โทร 8811 กด 4 ได้เลขเด็ดโดนใจแน่นอน + ลุ้นค่าโทร 100 บาททุกวัน (5บ/น)” โดยส่งมาเมื่อเวลา  13:37:31 ผู้ส่งคือ TrueMove ซึ่งเป็นเจ้าของบริการโทรศัพท์มือถือที่ผมใช้อยู่

ความรู้สึกแรกที่ได้อ่านข้อความก็คือ ประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง  ต่อมาก็คือรู้สึกทึ่งเป็นอันมาก  และตามมาด้วยความรู้สึกที่เป็นกังวลถึงการใช้ SMS เป็นช่องทางการสื่อสาร ว่าจะถูกนำไปใช้ในการทำการตลาดของสินค้าที่ไม่เหมาะสมหรือไม่  และการส่งข้อความผ่านทาง SMS ของผู้ให้บริการต่างๆ  มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับควบคุมแล้ว หรือว่าปล่อยให้เป็นไปโดยเสรี

แต่ตอนนี้จะขอพักเรื่องความห่วงกังวลนั้นไว้ก่อน  มาพูดถึงเรื่องการทำตลาดผ่าน SMS ดูสักหน่อยว่า ทำไมสินค้าที่เป็นสีเทาอย่าง “เลขเด็ด” จึงมาเข้ามาเป็นผู้เล่นอีกรายหนึ่งในช่องทาง SMS นี้แล้ว  นับเป็นสิ่งที่น่าคิดพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง

ผมได้ค้นหาข้อมูลงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้ SMS ซึ่งมีทั้งงานวิจัยของไทยและต่างประเทศที่น่าสนใจ โดยจะขอยกตัวอย่างมาให้ดูสัก2-3 กรณี  ดังต่อไปนี้

Read More …

May 3rd, 2008 | 26 Comments

ธุรกิจ 3.0 - หนังสือที่คอ Make Money Online ควรอ่าน

biz300.jpgผมเพิ่งได้อ่านหนังสือเรื่อง ธุรกิจ 3.0 - 15 ขบถผู้กำหนดเกมใหม่ : วิเคราะห์ เรียนรู้ ถึง DNA ใหม่ในโลกธุรกิจยุค Metaverse เขียนโดย พงษ์ ผาวิจิตร ผู้มีประสบการณ์ทั้งในด้านการทำธุรกิจหลายหลาก และด้านการศึกษาค้นคว้าเขียนหนังสือ รวมถึงการเป็นผู้บรรยายความรู้ให้แก่ผู้คนในองค์กรธุรกิจ ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ผลงานการเขียนของ พงษ์ ผาวิจิตร นั้น ได้รับการยอมรับมานาน

เมื่อผมอ่านหนังสือเล่มนี้จบลงแล้ว ทำให้ผมได้มุมมองเรื่องปัจจุบันและอนาคตได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องที่ผมเขียน เขียนอนาคตประวัติศาสตร์ 10 ปีข้างหน้า ด้วย 10 แนวโน้มที่ต้องจับตา (1 และ 2)  ทำให้ผมได้ทำความเข้าใจความคิดตัวเองได้กระจ่างขึ้น  โดยเฉพาะประเด็นบทบาทของปัจเจกชน รัฐ และการสื่อสารสมัยใหม่ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

นี่คือประโยชน์ของการอ่าน ทำให้เราได้เปิดมุมมองและการรับรู้ใหม่ๆ  รวมถึงได้ทำความเข้าใจกับมุมมองและความคิดของตัวเองที่ไม่ชัดแจ้งให้กระจ่างขึ้นได้  นำไปสู่การเรียนรู้และทำสิ่งใหม่ๆ  การอ่านหนังสือเล่มนี้ ทำให้มีความคิดในการที่จะทำอะไรหลายๆอย่างมากขึ้น โดยเฉพาะการเตรียมตัวที่จะอยู่ในโลกอนาคตโดยสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้ไม่ถูกถีบตกไปอยู่ก้นหลุม

หนังสือเล่มนี้ อธิบายให้เราเห็นถึงภาพของวิถีชีวิตยุคใหม่  ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง  ปัจเจกชนถูกดึงเข้าสู่วังวนการแข่งขันของธุรกิจ  เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางสังคม  และผู้เขียนได้ชี้ให้เห็นว่า โลกในยุคสมัยต่อไป ไม่มีการแยกส่วนระหว่างคน รัฐ องค์กรทางสังคม แบบโดดๆต่อไปแล้ว  ทุกอย่างจะเกี่ยวโยงถึงกันหมด เหมือนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ที่เชื่อมโลกเข้าด้วยกัน

ธุรกิจในยุค 3.0 จึงเป็นธุรกิจที่อาศัยเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อน  ซึ่งวิถีชีวิตของคนเราก็ขึ้นอยู่กับสิ่งดังกล่าวมากยิ่งขึ้น  จะเห็นได้ว่า บรรดาธุรกิจที่เป็น “15 ขบถผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ที่กล่าวไว้หนังสือเล่มนี้ ส่วนมากเป็นธุรกิจด็อตคอม และเหล่าดิจิตอลมีเดีย ซึ่งก็จัดอยู่ในระนาบเดียวกัน

Read More …

April 30th, 2008 | 4 Comments

Blog, Blogger ในฐานะ Citizen Journal, Citizen Reporter

finger.jpgปัจจุบันบล็อกไทยขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งบล็อกเดี่ยวๆที่บล็อกเกอร์ทำขึ้นมาโดยใช้ซอฟท์แวร์ของผู้ให้บริการฟรี อาทิ Word Press  หรือเขียนขึ้นมาเอง   และ Free Blog ที่มีอยู่มากมายทั้งของไทยและต่างประเทศ รวมถึง บล็อกขององค์กรต่างๆ ที่เปิดให้คนทั่วไปทำบล็อกฟรี ซึ่งจำนวนบล็อกที่แท้จริงนั้น ไม่มีใครได้สำรวจอย่างจริงจัง  แต่ก็น่าจะใกล้เคียงกับจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ต  เพราะเมื่อรู้จักใช้อินเตอร์เน็ตแล้ว คงมีน้อยคนที่ไม่รู้จักบล็อก

Blog ได้กลายเป็นคลื่นแห่งการสื่อสารลูกใหม่ของศตวรรษที่ 21  ที่สืบเนื่องมาจากผลของ “คลื่นลูกที่สาม” ใน ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ตามทฤษฎีของ อัลวิน ทอฟเลอร์ ที่แบ่งสังคมมนุษย์ออกเป็น 3 ช่วงใหญ่ๆ คือ ช่วงคลื่นลูกที่ 1  ยุคการเกษตร คลื่นลูกที่สอง  ยุคอุตสาหกรรม และคลื่นลูกที่สาม ยุคข้อมูลข่าวสาร ซึ่งการเกิดขึ้นของ Blog นั้นย่อมเป็นผลพวงมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร (Information and Communication Technology-ICT) และ Blog ก็เป็นส่วนหนึ่งของ ICT ดังกล่าว โดยมีสถานะเป็น ทั้ง Technology และ Information and Communication ด้วย

คลื่นลูกที่สามได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแก่สังคมอย่างรวดเร็วและแบบก้าวกระโดด  โดยเฉพาะเทคโนโลยี ICT ได้สร้างสรรค์เครื่องมือสื่อสารใหม่ๆที่เปิดโอกาสให้ปัจเจกชนสามารถเข้าถึงและใช้งานได้ทุกระดับชั้น เทคโนโลยีเหล่านี้กระจายไปได้ทุกซอกมุมของโลก ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะ Blog เท่านั้นครับ

Read More …

April 26th, 2008 | 12 Comments

โลกแบนๆที่น่าอยู่ของ Gen. D

โลกแบนๆที่น่าอยู่ของ Gen. Dมนุษย์รู้ว่าโลกกลมด้วยวิทยาศาสตร์  เพราะวิทยาศาสตร์ประดิษฐ์คิดค้นเครื่องที่ทำให้มนุษย์พิสูจน์ได้ว่าโลกกลม  ความเชื่อเรื่องโลกแบนที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณจึงค่อยๆหายไป  นักเดินเรือไม่ต้องกังวลแล้วว่าจะพลาดพลั้งพาเรือไปตกขอบโลกจนไม่ได้กลับบ้านมาหาแม่อีหนู  เพราะเมื่อโลกลมๆอย่างนี้ แม้จะหลงทางแต่ก็ไม่ตกขอบโลกแน่นอน ถ้าไม่ตายก่อนหรือเรือไม่อับปาง ก็ย่อมหาทางกลับบ้านจนได้

วิทยาศาสตร์ได้เปิดเผยโลกสู่สายตามนุษย์อย่างรวดเร็ว  ความเจริญด้านเทคโนโลยีทำให้มนุษย์สามารถสำรวจตรวจตราโลกได้แทบจะทุกซอกทุกมุม  โดยภาพรวมแล้วโลกถูกมนุษย์ที่มีแต่ความอยากรู้อยากเห็นไม่สิ้นสุด ขุดเจาะ สอดส่อง มองดูไปทั่ว  ทั้งจากบนดิน ในน้ำ บนฟ้า แม้จะไม่ทั้งหมดแต่ก็นับว่าโลกถูกแก้ผ้าเหลือแต่กางเกงในแล้ว

ในที่สุดมนุษย์ก็เริ่มเบื่อโลก จึงหาหนทางออกสู่อวกาศ  เดินทางไปสำรวจดวงจันทร์ด้วยเทคโนโลยีอันสุดยอด แม้จะมีคนจำนวนมากเชื่อว่าการเดินทางไปดวงจันทร์เป็นเรื่องแหกตาของ NASA แต่เทคโนโลยีการเดินทางดังกล่าวนั้นมีอยู่จริง

โลกกลมๆถูกมนุษย์สำรวจหมด ด้วยเทคโนโลยี แต่เชื่อไหมครับว่า เทคโนโลยีนี่แหละที่ทำให้โลกกลับมาแบนอีกครั้ง แบนชนิดที่เรียกว่าราบเรียบ  คือแบนแต๊ดแต๋เลยทีเดียว

แล้วแบนแบบไหน แบนยังไง?

Read More …

April 13th, 2008 | 5 Comments

กฎ 3 ข้อ (+1) ของหุ่นยนต์ กับอนาคตของมนุษย์

หุ่นยนต์พนักงานต้อนรับสัญชาติญี่ปุ่นแต่อยู่ในอิสราเอลเรื่องหุ่นยนต์ที่เคยเป็นจินตนาการของนักเขียนและมีแต่ในนิยายวิทยาศาสตร์  ปัจจุบันนี้ได้รับการพัฒนาให้มีรูปร่างใกล้เคียงกับมนุษย์ยิ่งขึ้น  ประเทศญี่ปุ่นดูเหมือนจะเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มากที่สุด จนถึงกับคาดการณ์ว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ญี่ปุ่นจะใช้หุ่นยนต์ทำงานแทนคนได้

ผมอ่านข่าวในเว็บไซต์ ผู้จัดการออนไลน์ เกี่ยวกับการคาดการณ์เรื่องการใช้หุ่นยนต์แทนคนในญี่ปุ่น โดยมูลนิธิอุตสาหกรรมเครื่องจักรหรือ Machine Industry Memorial Foundation ของญี่ปุ่นเชื่อว่า ประมาณ 18 ปีข้างหน้าหรือในปี 2025 หุ่นยนต์จะสามารถทำงานแทนคนญี่ปุ่นจำนวน 3.5 ล้านคน เพื่อแบ่งเบาวิกฤติขาดแคลนประชากรวัยทำงาน  ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นช่วงเวลาดังกล่าว โดยรายงานการวิจัยของมูลนิธิระบุว่าหุ่นยนต์ตัวหนึ่งไม่เพียงสามารถทำงานทดแทนมนุษย์หนึ่งคนเท่านั้น แต่หุ่นยนต์ยังช่วยให้มนุษย์ใช้เวลากับสิ่งที่สำคัญกว่าได้มากยิ่งขึ้นด้วย

ข่าวดังกล่าวนี้หากเกิดขึ้นเมื่อ 30 หรือ 40 ปีที่แล้ว อาจฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์  แต่ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าจนสามารถประดิษฐ์เครื่องจักรกลที่มีปัญญาใกล้เคียงกับสมองของมนุษย์  วัสดุสังเคราะห์ต่างๆก็สามารถนำมาทำเทียมเลียนแบบเนื้อหนังมนุษย์ได้แทบจะเหมือนจริง  ดังนั้น หุ่นยนต์ที่หน้าตาเหมือนมนุษย์ซึ่งปรากฏอยู่ในนิยายวิทยาศาสตร์ ก็จะมีโอกาสออกมาเดินเหินอยู่ในโลกความเป็นจริงในอนาคตอันใกล้นี้แหล้ว

ฟังดูหน้าตื่นเต้นเร้าใจไหมครับ  แน่นอน  เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง  ที่หุ่นยนต์ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ มีความคิดอ่านใกล้เคียงกับมนุษย์ จนสามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ในหลายๆอย่าง แบบนี้ มนุษย์เราก็สบายไปแปดอย่าง  งานอันตรายๆต่างๆก็คงค่อยๆถ่ายโอนไปให้หุ่นยนต์

มนุษย์ย่อมสบายขึ้นแน่ ถ้าหุ่นยนต์ทำตามคำสั่งของมนุษย์อย่างเคร่งครัด  แต่ถ้าเกิดหุ่นยนต์กลายเป็นวายร้ายอย่างในหนัง Terminator หรือ คนเหล็ก  ล่ะ  ปัญญาประดิษฐ์สร้างเครือข่ายของมันขึ้นมาเอง แล้วควบคุมทุกอย่าง ทำลายล้างมนุษย์ แบบนี้เรามิสูญพันธุ์ไปเลยรึ

Read More …

April 12th, 2008 | Leave a Comment

FaceBook, YouTube, Hi5 : ตัวอย่าง Free Life ของ Generation D

FaceBook

เว็บไซต์ที่มีลักษณะเป็นชุมชน หรือที่เรียกกันว่า Social Networking เกิดขึ้นพร้อมกับการขยายตัวของเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต ตัวอย่างที่ชัดเจนกรณีของไทยก็คือ Pantip.com ที่เติบโตมาตั้งแต่ยุคแรกของเว็บไซต์ ในระยะ 5-10 ปีมานี้ ชุมชนบนโลกออนไลน์ได้แผ่ขยายออกไปทั่วโลก เกิดและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว  เกิดการแข่งขันกันอย่างมากมาย  ปรากฏชื่อของ FaceBook YouTube Hi5 ขึ้นมาและกลายเป็นชุมชนบนโลกออนไลน์ที่รวมเอาคนทั่วโลกมาไว้ด้วยกัน

เป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้ก่อตั้งชุมชนบนโลกออนไลน์ในลักษณะดังกล่าว ทั้ง FaceBook YouTube Hi5 ล้วนแล้วแต่เป็นคนรุ่น  Gen Y และ Gen D ที่เติบโตมากับเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะเจ้าของและผู้ก่อตั้ง FaceBook  นั้นนับว่าเป็นคนที่อยู่ในรุ่น Gen D อย่างชัดเจน คือ อายุเพียง 20 กว่าๆ ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจผ่านเว็บ 2.0 จนกลายเป็นคนรวยที่ติดอันดับโลกที่อายุน้อยที่สุด ที่หาเงินทุกบาททุกสตางค์มาด้วยความคิดและการลงมือทำด้วยตนเอง ไม่ใช่เกิดบนกองเงินกองทองเหมือนคนรวยรุ่นพ่อแม่หลายๆคนที่เป็นทายาทมหาเศรษฐีรับช่วงกิจการ

            ลักษณะสำคัญของคน Gen D ก็คือ มีความเป็นอิสระทั้งกายภาพและจิตวิญญาณ วิถีชีวิต (Life Style) จึงเป็นไปในแบบชีวิตอิสระ (Free Life)  กล้าแสดงออกทั้งความคิดและการกระทำ  เปิดรับสิ่งใหม่ๆเข้าสู่ชีวิตได้ง่าย  ความเป็นอิสระที่คน  Gen D มีหรือพยายามจะให้มีนั้น หลายกรณีเป็นไปในลักษณะสุดโต่ง (น่าจะตรงกับคำว่า Radical ในภาษาอังกฤษ) แต่ความเป็นอิสระแบบสุดโต่งดังกล่าวนั้นจะแสดงออกในการดำเนินชีวิตประจำวันยังทำได้ไม่สะดวกนัก เนื่องจากติดเงื่อนไขทางสังคมที่มีความเข้มงวดอยู่ ดังนั้น  คน Gen D จึงต้องแสวงหาสถานที่ที่พวกเขาจะได้แสดงออกถึงความเป็นตัวตนได้อย่างเต็มที่ อยู่ภายใต้ข้อจำกัดของสังคมน้อยที่สุด และเวทีดังกล่าวก็คือ ชุมชนออนไลน์ (Social Networking) ของ Web 2.0 อันได้แก่ FaceBook, YouTube, Hi5 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน

Read More …

April 3rd, 2008 | 2 Comments

KOSOLTALK.COM| Powered by WordPress | Blue Weed by Blog Oh! Blog | Entries (RSS) and Comments (RSS).