I DARE YOU
Posted by โกศล อนุสิม on
January 28, 2008
นิสัยอย่างหนึ่งของคนก็คือ ไม่ชอบให้ใครดูหมิ่น จะทำอะไรก็ตามถ้ามีคนมาพูดทำนองเหยียดหยาม ดูถูกดูแคลน หรือน้ำเสียงไม่เชื่อถือ อาจจะสวนกลับด้วยคำพูด หรือไม่ก็สายตา เผลอๆบางทีถ้าคนถูกว่าเป็นคนเลือดร้อน คนที่มีปากคอยหาเรื่องอาจจะโดนกำปั้นเข้าให้ หรือหนักที่สุดพวกก็ชักปืนออกมายิง
จึงปรากฏข่าวให้เห็นอยู่เสมอว่า มีเหตุตะลุมบอน หรือส่งลูกตะกั่วฝังหัวเพื่อน เพราะถูกอีกฝ่ายพูดหยามใจ
ถ้าเรียกตามสำนวนนิยายกำลังภายในของโกวเล้งก็ทำนองว่า ฆ่าได้ หยามไม่ได้ จึงต้องชักกระบี่ออกมาเสียบกันให้ตายไปข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้างไปเลย
นั่นคือผลพวงที่เลวร้ายที่สุดของการพูดจาเข้าข่ายหมิ่นแคลนกัน อย่างเบาก็อาจจะตอบโต้ไปมาด้วยคำพูด ทะเลาะเบาะแว้งแล้วเลิกรา หรืออย่างดีก็เกิดท้าทายพิสูจน์ความจริงกันขึ้นโดยการกระทำ แบบนี้เป็นเรื่องน่าชม
หลายกรณีมีคนประสบความสำเร็จในกิจการงาน เพราะถูกหมิ่นแคลนเป็นเบื้องแรก แล้วเกิดการท้าทายเป็นลำดับต่อมา ในที่สุดเมื่อลงมือกระทำก็สำเร็จ ฝ่ายที่ถูกดูแคลนแต่แรกกลายเป็นฝ่ายชนะไป โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ
ฉะนั้น การท้าทายจึงมีอยู่สองแบบ คือการท้าทายอันเนื่องมาจากการดูถูกดูแคลนกันจนเกิดเรื่องอย่างที่พูดมาในตอนต้น อีกแบบหนึ่งก็คือการท้าทายกันทำในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งดีๆ การท้าทายแบบนี้อยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียมกัน ได้ผลประโยชน์ทั้งคนท้าและคนถูกท้า
ผมมีหนังสือที่อ่านประจำอยู่เล่มหนึ่งที่เขียนโดย วิลเลี่ยม เอช. เดนฟอร์ท แปลโดย ปสงค์อาสา ชื่อภาษาอังกฤษคือ I DARE YOU ชื่อภาษาไทยก็แปลตรงตัวว่า ผมท้าคุณ
หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการท้าทายให้ผู้คนทำสิ่งต่างๆได้สำเร็จ เป็นการท้าทายในความหมายของการปลุกเร้าให้ลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่เหลือเชื่อได้มากมาย โดยผู้เขียนคือ วิลเลี่ยม เอช. เดนฟอร์ท เล่าเรื่องที่ตัวเขาเองถูกท้าทายให้ทำสิ่งที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ให้เป็นได้ รวมทั้งเรื่องของคนอื่นๆที่ถูกท้าทายให้ทำสิ่งที่เหลือเชื่อ
tags: BookTalk, I dare you, ขนาดของใจ, แพ้ก่อนจึงชนะ
No Comments
ว่าด้วยความล้มเหลว
Posted by โกศล อนุสิม on
January 22, 2008
ผมเป็นคนที่มีเรื่องล้มเหลวมากกว่าสำเร็จ ทำสิ่งใดๆไม่ว่าเล็กหรือใหญ่กว่าจะสำเร็จได้แต่ละเรื่องก็เลือดตาแทบกระเด็น
ส่วนมากล้มไม่เป็นท่า!
แต่คุณสมบัติอย่างหนึ่งที่ผมมีอยู่, และเป็นสิ่งที่ทำให้ยืนอยู่ได้ก็คือ ความดื้อด้าน หรือเรียกให้สวยๆว่าความอดทน แต่ผมชอบเรียกมันว่าความดื้อด้าน ผมเป็นคนที่อาจจะดื้อด้านหรือหัวดื้ออีกคนหนึ่งในโลกนี้
ผมได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนโดย คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ซื่อนี้คงไม่ต้องบรรยายอะไร หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า “ต้องแพ้เสียกอ่นจึงจะชนะได้”
เพียงแค่เห็นหนังสือผมก็ซื้อโดยทันที ชื่อหนังสือช่างตรงกับตัวตนผมดีเหลือเกิน
หนังสือเล่มนี้เป็นแรงบันดาลใจอันใหญ่หลวงแก่ผม ทำให้ผมมั่นใจขึ้นไปอีกว่า ความดื้อด้าน ความล้มเหลว ความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นซ้ำซากนั้น มิใช่เรื่องที่จะกอดมันเอาไว้ให้บั่นทอนพละกำลังของตัวเอง สมควรที่จะโยนมันทิ้งไป เพื่อจะได้ทำสิ่งใหม่ๆ
เป็นคนล้มเหลว เป็นคนพ่ายแพ้ เมื่อประสบความสำเร็จ เมื่อมีชัยชนะ ย่อมจะได้รสชาติอันหวานหอมมากกว่าการได้มาโดยไม่ต้องต่อสู้
“ต้องแพ้เสียก่อนจึงจะชนะได้”
นี่ เป็นคำพูดที่ปลุกเร้าให้ผมดื้อด้านกับความล้มเหลวมาจนทุกวันนี้!




