วิธีปลุกปลอบใจแบบโง่ๆแต่ได้ผล

ภาพจาก flickr.com

 

ทุกคนคงเคยนะครับ ที่อยู่ๆกำลังใจของเราหล่นหายโดยไม่ทราบสาเหตุ  หรือโดยเหตุอันไม่สมควร  จนทำให้ตกระกำลำบากทางใจ  นำไปสู่ความทรุดโทรมทั้งความคิด ความอ่าน การประกอบกิจการต่างๆ  ในที่สุดก็ กลายเป็นของชำรุดไปโดยปริยาย

 เมื่อเป็นของชำรุดแล้วย่อมใช้งานไม่ได้  หรือใช้ได้ก็ไม่เต็มประสิทธิภาพ  เหมือนรถที่มีเครื่องยนต์ไม่สมประกอบ  วิ่งกระตุกๆ  นำไปใช้ก็รังแต่จะทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยเปล่าประโยชน์  จำเป็นต้องส่งเข้าฟื้นฟูสภาพที่อู่เพียงอย่างเดียว

 คนเราก็ไม่ต่างจากรถยนต์ เมื่อกำลังใจหล่นหาย  พลังในการสร้างสรรค์ก็ย่อมลดลง ยิ่งกำลังใจหล่นหายมากเท่าใด พลังก็ลดลงมากเท่านั้น  ทำให้เกิดทุกข์ยิ่ง

Read More …

June 20th, 2008 | 2 Comments

เจ้าชีวิต

ตาลเดี่ยว

ใครเคยสังเกตบ้างว่า ชีวิตของคนเรานี่แปลกมาก  ดูเหมือนว่าเราสามารถควบคุมได้  บังคับให้อยู่ในกำมือของเรา  แต่พอเอาเข้าจริงแล้ว  กลับไม่ใช่  เราไม่สามารถควบคุมชีวิตให้อยู่ในกรอบและเกณฑ์ที่เราต้องการได้เสมอไป  เรากลับเป็นฝ่ายต้องเดินตามชีวิต  มันจะพาไปไหนเราก็ต้องตามต้อยๆ   ทุกข์สุขอย่างไรก็แล้วแต่ชีวิตจะเป็น

ในทุกงานที่ผ่านมา  พบได้พบเห็นคนเป็นจำนวนมาก ที่ถูกชีวิตบังคับควบคุม  ทั้งๆที่ดูเหมือนว่าแรกเริ่มเดิมทีนั้น เขาเป็นฝ่ายควบคุมชีวิต  เป็นเจ้าแห่งชีวิตของตนเอง

อย่างเช่นเรื่องนี้ที่ผมเกี่ยวข้องเมื่อสิบปีกว่าก่อน…

นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่หลายคนในยุคสมัยที่ตนรุ่งโรจน์  มีชื่อเสียงโด่งดัง มีเพียงแค่เค้าโรงเรื่อง  ยังไม่ลงมือเขียน สำนักพิมพ์ก็จับจองจ่ายเงินให้แล้ว  เกียรติยศและสตางค์หลั่งไหลมาอย่างไม่ขาดสาย   มากเหมือนน้ำหลาก   ราวกับจะไม่มีวันหมด   ตอนนั้นแหละที่ชีวิตอยู่ในกำมือ จะใช้มันอย่างไรก็ได้  

 แล้ววันหนึ่งน้ำที่เคยหลากก็แห้งหายไปฉับพลัน  เหมือนน้ำป่าบ่ามาแรงก็แห้งไปเร็ว   เร็วจนตั้งตัวไม่ทัน 

            ผ่านยุคสมัยอันรุ่งโรจน์ไปแล้ว  ชีวิตที่เคยเป็นเจ้าของ  จะใช้มันอย่างไรก็ได้  กลับกลายเป็นว่าไม่สามารถจะใช้งานมันได้  ชีวิตกลับมาควบคุมเราไว้ในกำมือ

            เขามือตกหรือก็เปล่า  ยังเขียนหนังสือดีเช่นเดิม  แต่ชีวิตไม่ให้โอกาสเขาอีกแล้ว  เหมือนกับมันจะบอกว่า  เอ็งพอแล้ว  ใช้ข้าตามใจมามากแล้ว  ที่นี้ข้าจะใช้เอ็งบ้าง

Read More …

April 25th, 2008 | 12 Comments

ผู้นำแบบพระยาตาก

ผู้นำแบบพระยาตากคุณสมบัติสำคัญของผู้นำคือมองการณ์ไกลเพื่ออนาคตของสังคม  ทำความเข้าใจปัจจุบันเพื่อที่จะสร้างอนาคต  มีปณิธานอันแน่วแน่ในการสร้างสรรค์ความเจริญแก่ชนหมู่มาก แล้วลงมือทำ  ด้วยเงื่อนไขที่ยากลำบากนี้ จึงไม่ใช่ทุกคนจะสามารถทำได้ มีเพียงบางคนเท่านั้นที่มีคุณสมบัติครบถ้วน คนๆนั้นจึงได้ชื่อว่าเป็นผู้นำ

ก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2310 นั้น  ประวัติศาสตร์สอนให้เราทุกคนได้รู้ว่า ภาวะผู้นำมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในภาวะวิกฤติ หากมีผู้นำที่เข้มแข็ง มองวิเคราะห์ปัจจุบันได้ถูกต้อง มองการณ์ไกลได้ปรุโปร่ง  ย่อมจะสามารถแก้วิกฤตการณ์ได้

แต่ปรากฏว่า ผู้นำในกรุงศรีอยุธยาที่มีอำนาจทางการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดิน ต่างไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว  มีเพียงขุนนางจากหัวเมืองเหนือคนหนึ่งที่ถูกเรียกเข้ามาเป็นกำลังในการป้องกันพระนครคือพระยาตาก ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองบ้านนอกที่ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจใดๆในทางการเมืองการทหาร ที่สามารถมองสถานการณ์ได้ทะลุปรุโปร่ง  หากแต่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของขุนนางที่ไม่มีความรู้ทางการทหารโดยไม่มีความหวังว่าจะเอาชนะข้าศึกที่ประชิดปิดล้อมพระนครได้  แม้จะโต้แย้งแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางหารด้วยข้อมูลที่เป็นจริง แต่ก็ไม่มีขุนนางผู้เปี่ยมอำนาจวาสนาคนใดรับฟัง มิหนำซ้ำยังอาจจะถูกเอาโทษฐานกบฏศึกอีกด้วย

เมื่อวิกฤตการณ์ถึงจุดที่ไม่สามารถจะรับได้ พระยาตากจึงตัดสินใจนำกำลังตีฝ่าวงล้มข้าศึกออกจากพระนคร มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออก การถอยในครั้งนี้ก็เพื่อสงวนรักษาชีวิตเอาไว้ จะได้กลับมากอบกู้พระนครคืนภายหลัง  เพราะหากปักหลักสู้ตายในพระนคร ผลที่ออกมาก็คือคงได้ตายสมใจ หากแต่ต้องตายเปล่า เพราะโอกาสรอดจากการถูกทำลายเหลือเป็นศูนย์

Read More …

April 16th, 2008 | 4 Comments

เราต่างก็พบมุมมืดของชีวิต

มุมมืดของชีวิต

  เมื่อสมัยหนุ่ม  ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย  ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบอ่านนิยายกำลังภายใน  โดยเฉพาะผลงานของโกวเล้ง มังกรโบราณผู้ยิ่งใหญ่  ซึ่งแต่ละเรื่องล้วนตีแผ่เบื้องลึกจิตใจของมนุษยชาติออกมาได้อย่างถึงแก่น

หากเป็นดังที่นักวิจารณ์วิเคราะห์ว่า  โกวเล้งได้รับแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมคลาสสิคของฝรั่ง  ไม่ว่าจะเป็นผลงานของเออร์เนสต์  เฮมมิ่งเวย์ หรือ วิลเลี่ยมส์  โฟล์คเนอร์ นั้นจริง ก็ต้องยิ่งซูฮกอาจารย์โกวเล้งขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง  ที่สามารถทิ้งกลิ่นอายของต้นแบบ  แล้วสร้างสรรค์วรรณกรรมอันเป็นแบบฉบับของตนขึ้นมา กลายเป็นต้นแบบของนิยายกำลังภายในแนวใหม่

ตัวละครในนิยายของโกวเล้ง   มักมีบุคลิกสองด้านที่ขัดแย้งกัน   ด้านหนึ่งเป็นด้านสว่าง ด้านดี ที่แสดงถึงความเลอเลิศของคนๆหนึ่ง  ขณะเดียวกันก็แสดงด้านมืด  ด้านที่ด้อย อันแสดงให้เห็นถึงความต่ำต้อยของคนๆนั้นออกมา  ดังนั้นตัวละครของโกวเล้งแทบทุกตัว  ล้วนแต่มีทั้งความสุขความทุกข์ในคราวเดียวกัน  มีทั้งความอ่อนแอ ความเข้มแข็ง  มีทั้งด้านดีและด้านเลว  ไม่มีใครดีหรือเลว  ขาวหรือดำเพียงด้านเดียว

มนุษยชาติย่อมเป็นเช่นนี้  มีทั้งด้านมืดและด้านสว่างในจิตใจ เพียงแต่ด้านไหนจะเผยออกมามากกว่า  ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานที่ เวลา และพื้นฐานของคนๆนั้น

Read More …

March 1st, 2008 | 2 Comments

Nothing is Impossible-ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ ของ กฤษณะ กฤตมโนรถ

กฤษณะ กฤตมโนรถผู้ทรงอิทธิพลที่ทำให้คนอื่นฟัง คิด เชื่อ  โดยความยอมรับนับถือและความศรัทธา  เป็นคนที่มีอิทธิพลในทางดีงามและสร้างสรรค์  ที่ทำให้คนอื่นได้ประโยชน์จากอิทธิพลของคนๆนั้น มีอยู่ไม่น้อยในโลกนี้ ดำรงอยู่ในทุกระดับของสังคมมนุษย์  เป็นผู้ทรงอิทธิพลที่ไม่ได้เกิดจากความเรียกร้องต้องการของเจ้าตัว  หากแต่เกิดขึ้นเพราะผู้อื่นยกย่อง  เป็นฐานะที่ได้มาโดยความบริสุทธิ์โดยแท้

 ในหมู่ผู้ทรงอิทธิพลดังกล่าวย่อมมีชื่อของ  กฤษณะ กฤตมโนรถ อดีตกรรมการและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายตัวแทน บมจ.ประกันชีวิตอยุธยาอลิอันซ์ ซีพี ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการบริษัทเครือเคเคกรุ๊ป ซึ่งมีบริษัทในเครือหลายบริษัท มูลค่าสินทรัพย์นับพันล้านบาท

คนนอกวงการประกันชีวิตอาจรู้จักไม่มาก แต่ในวงการประกันชีวิตทั้งไทยและเอเชียแล้ว น้อยคนที่ไม่รู้จัก

กรณีของ กฤษณะ  กฤตมโนรถ นี้เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจยิ่ง เกี่ยวกับการสั่งสมบารมีของผู้ทรงอิทธิพล

ในโลกของการประกันชีวิต  คงมีน้อยคนที่ปฏิเสธความยิ่งใหญ่ของ กฤษณะ  กฤตมโนรถ ไม่เพียงแต่จะยิ่งใหญ่ในประเทศไทยเท่านั้น  ชื่อเสียงยังแผ่ขจายไปต่างประเทศ  ได้รับการยอมรับทั้งจากนักขายประกันชีวิตและคนนอกวงการประกันชีวิต            นักขายเป็นจำนวนมากที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก กฤษณะ  กฤตมโนรถ  ผ่านคำพูด ข้อเขียน นำประสบการณ์ของเขาไปประยุกต์ใช้จนประสบความสำเร็จ  แน่นอนว่าไม่สำเร็จกันทุกคน  แต่ทุกคนที่ประสบความสำเร็จนั้น กฤษณะ  กฤตมโนรถ มีส่วนส่งเสริมไม่ทางตรงก็ทางอ้อมอย่างแน่นอน

ทำไมจึงได้รับการยอมรับขนาดนี้  คนที่ไม่เคยรู้จักอาจสงสัย

  Read More …

February 20th, 2008 | Leave a Comment

เกิดเป็นคนใหม่ให้ดีกว่าเดิม

การเกิดใหม่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสอนให้คนทั้งหลายอยู่กับปัจจุบัน  คือไม่นึกติดอยู่กับอดีตที่ผ่านมาแล้ว หรือกังวลถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง เพราะการติดกับอดีตและกังวลกับอนาคต จะทำให้ปัจจุบันเสียหาย เพราะคนเรานั้นย่อมมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน  เมื่อทำปัจจุบันให้ดีแล้ว อดีตหรืออนาคตก็ย่อมไม่เสียหาย

พระองค์ทรงสอนให้คนอยู่กับปัจจุบันด้วยการมีสติ คือระลึกได้อยู่เสมอว่าขณะนี้ตนกำลังทำอะไรอยู่  คือการรู้ตัวอยู่ตลอดเวลานั่นเอง เมื่อมีสติก็จะทำให้มีสมาธิ เมื่อมีสมาธิแล้วก็จะทำอะไรๆได้ถูกต้องยิ่งขึ้น

เมื่อพระองค์ทรงสอนให้คนอยู่กับปัจจุบัน ไม่ยึดติดในอดีต ไม่กังวลในอนาคต  อดีตจะทำอะไรมาก็ช่างให้ทิ้งไป  คนเรานั้นย่อมทำทั้งความดีและความชั่วมากบ้างน้อยบ้างด้วยกันทุกคน  เมื่อไม่ยึดติดกับอะไรและไม่กังวลกับอะไรแล้ว ก็ย่อมใช้กาลเวลาปัจจุบันพัฒนาตนเองได้ดี

ฉะนั้น สาวกของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นพระอริยะคือพระโสดาบันขึ้นไปจนถึงพระอรหันต์ จึงมาจากคนทุกประเภท เช่น

มาจากชนชั้นสูง เป็นเจ้าฟ้าเจ้าเป็นแผ่นดิน เป็นรัชทายาท เป็นเจ้าชาย เจ้าหญิง  เมื่อมาอยู่ในปัจจุบัน ไม่ติดอดีต ก็กลายเป็นพระอริยะ

มาจากชนชั้นนำ เป็นพราหมณ์ เป็นพ่อค้า เป็นเศรษฐี  มหาเศรษฐี  เมื่อมาเป็นสาวกและปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระองค์ ก็กลายเป็นพระอริยะ มีทั้งที่ยังครองเรือนอยู่ได้คือพระโสดาบันก็มาก  และที่สละทุกอย่างออกบวชเป็นพระอริยสงฆ์ก็มาก

มาจากชนชั้นล่าง ทั้งกรรมกร ทาส คนเป็นโรคเรื้อน เมื่อได้ฟังคำสั่งสอนของพระองค์ พิจารณาด้วยปัญญาโดยไม่นึกถึงสิ่งอื่นใด ไม่กังวลถึงอนาคตที่ยากลำบากของตนเอง ก็เป็นพระอริยะได้

แม้กระทั่งอาชญากรทั้งหลาย ที่ทำความผิดมาอย่างโชกโชน  เมื่อละทิ้งความเลวที่ตนทำ ตั้งใจฟังคำสั่งสอนและปฏิบัติตนให้ถูกต้อง ก็กลายเป็นพระอริยะเบื้องต้นและเป็นพระอรหันต์ได้

บุคคลทั้งหลายเหล่านี้ ย่อมเป็นผู้เกิดใหม่ คือตายจากฐานะที่ตนเคยเป็น ไม่ว่าจะดีชั่วแบบโลกๆ แล้วเดใหม่ในฐานะอริยบุคคล ที่เป็นผู้บริสุทธิ์  เป็นคนดีอย่างเที่ยงแท้

ที่กล่าวมานี้ เป็นตัวอย่างของการเกิดใหม่ ที่มีเหตุปัจจัยจากการไม่ยึดติดติดอดีต กังวลอนาคตแต่อยู่กับปัจจุบันและทำปัจจุบันให้ดีที่สุดจนเกิดผลที่ดีที่สุด  ซึ่งน่าจะเป็นตัวอย่างให้เราสามารถ “เรียนธรรม” จากกรณีดังกล่าวนี้ได้

เพราะการเกิดใหม่ดังกล่าวของพระอริยเจ้าทั้งหลายในพระพุทธศาสนา  เป็นตัวอย่างของการพัฒนาตนเองให้แก่บุคคลธรรมดาอย่างเราๆท่านๆได้เป็นอย่างดี  มีคนเป็นจำนวนมากและองค์กรเป็นจำนวนมาก ได้เกิดใหม่เพราะการมุ่งทำปัจจุบันให้ดีที่สุดเป็นตัวอย่างมาแล้ว

Read More …

February 12th, 2008 | 4 Comments

Dhamma Delivery : ธรรมะสร้างกำลังใจ ล้างทุกข์ของลูกหนี้

 

reantam1.jpgชื่อหัวข้อคราวนี้ พ้องกับชื่อรายการโทรทัศน์และชื่อหนังสืออันโด่งดังของท่านพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต ที่ท่านเป็นพระนักเทศน์ชื่อดังขวัญใจวัยหนุ่มสาวในปัจจุบัน เป็นความตั้งใจของผมครับ เพราะผมก็ชื่นชมและอนุโมทนาในสิ่งที่ท่านได้เผยแผ่ธรรมให้เข้าใจง่าย นำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน เป็นประโยชน์ทั้งทางโลกและทางธรรมแก่คนทั้งหลาย

พอขึ้นเรื่องธรรมแล้ว อย่าเพิ่งเบื่อนะครับ  ธรรมะคือสิ่งที่ดีงาม เมื่อเราปฏิบัติแล้วก็จะเห็นความสุข ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงระดับสูงขึ้นไป 

ผมก็อยากจะเล่าประสบการณ์ตัวเองในเรื่องธรรมะนี้สักหน่อย  อย่าเพิ่งเอือมนะครับ

ขอเริ่มจากเมื่อหลายปีมาแล้ว  ผมล้มเหลวจาการทำธุรกิจ หรือเรียกตรงๆว่าเจ๊งนั่นแหละครับ  จบลงด้วยความบอบช้ำทั้งภายนอกภายใน ไม่ได้กินน้ำบัวบกเพราะรู้ว่าช่วยไม่ได้  ธุรกิจที่คิดฝันว่าจะสร้างความยิ่งใหญ่ให้ตัวเองซะที หลังจากก่อนหน้านี้พลาดมาหลายครั้ง ก็เป็นอันว่าซ้ำรอยเดิมอีกเสียแล้ว

ธุรกิจตามความฝันครั้งที่เท่าไรก็จำไม่ได้นับจบลงพร้อมกับมีเดิมพันติดปลายนวมที่มีเครื่องหมายลบเป็นตัวเลข 6 หลักขึ้น ทำอย่างไรล่ะทีนี้ ก็ต้องทุกข์นะซี

ทุกข์จริงๆนะครับคนเป็นหนี้นี่ โดยเฉพาะหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ทั้งของตนเองและของเจ้าหนี้ (เอื๊อก!)

แต่ดีหน่อยที่เคยชินกับการล้มลุกคลุกคลานแบบนี้มามาก (ยังไม่เข็ด) แต่มันก็ทุกข์หนักแหละ เพราะตั้งใจว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว คือจะไม่ยอมเป็นแบบคราวก่อนๆอีก แต่มันก็เป็น  จึงผิดหวังมาก  ทุกข์มาก  มืดมนมาก… เคว้งคว้างดั่งใบไม้ที่หลุดลอย… เหมือนเพลงเขาว่าแหละ

แต่ช้าแต่ ผมไม่คิดฆ่าตัวตายหรอกนะ คิดแต่จะหาทางออกไปจากความทุกข์นี่ล่ะ

  Read More …

February 8th, 2008 | 1 Comment

KOSOLTALK.COM| Powered by WordPress | Blue Weed by Blog Oh! Blog | Entries (RSS) and Comments (RSS).