กฎ 3 ข้อ (+1) ของหุ่นยนต์ กับอนาคตของมนุษย์
Posted by โกศล อนุสิม on
April 12, 2008
เรื่องหุ่นยนต์ที่เคยเป็นจินตนาการของนักเขียนและมีแต่ในนิยายวิทยาศาสตร์ ปัจจุบันนี้ได้รับการพัฒนาให้มีรูปร่างใกล้เคียงกับมนุษย์ยิ่งขึ้น ประเทศญี่ปุ่นดูเหมือนจะเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มากที่สุด จนถึงกับคาดการณ์ว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ญี่ปุ่นจะใช้หุ่นยนต์ทำงานแทนคนได้
ผมอ่านข่าวในเว็บไซต์ ผู้จัดการออนไลน์ เกี่ยวกับการคาดการณ์เรื่องการใช้หุ่นยนต์แทนคนในญี่ปุ่น โดยมูลนิธิอุตสาหกรรมเครื่องจักรหรือ Machine Industry Memorial Foundation ของญี่ปุ่นเชื่อว่า ประมาณ 18 ปีข้างหน้าหรือในปี 2025 หุ่นยนต์จะสามารถทำงานแทนคนญี่ปุ่นจำนวน 3.5 ล้านคน เพื่อแบ่งเบาวิกฤติขาดแคลนประชากรวัยทำงาน ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นช่วงเวลาดังกล่าว โดยรายงานการวิจัยของมูลนิธิระบุว่าหุ่นยนต์ตัวหนึ่งไม่เพียงสามารถทำงานทดแทนมนุษย์หนึ่งคนเท่านั้น แต่หุ่นยนต์ยังช่วยให้มนุษย์ใช้เวลากับสิ่งที่สำคัญกว่าได้มากยิ่งขึ้นด้วย
ข่าวดังกล่าวนี้หากเกิดขึ้นเมื่อ 30 หรือ 40 ปีที่แล้ว อาจฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าจนสามารถประดิษฐ์เครื่องจักรกลที่มีปัญญาใกล้เคียงกับสมองของมนุษย์ วัสดุสังเคราะห์ต่างๆก็สามารถนำมาทำเทียมเลียนแบบเนื้อหนังมนุษย์ได้แทบจะเหมือนจริง ดังนั้น หุ่นยนต์ที่หน้าตาเหมือนมนุษย์ซึ่งปรากฏอยู่ในนิยายวิทยาศาสตร์ ก็จะมีโอกาสออกมาเดินเหินอยู่ในโลกความเป็นจริงในอนาคตอันใกล้นี้แหล้ว
ฟังดูหน้าตื่นเต้นเร้าใจไหมครับ แน่นอน เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง ที่หุ่นยนต์ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ มีความคิดอ่านใกล้เคียงกับมนุษย์ จนสามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ในหลายๆอย่าง แบบนี้ มนุษย์เราก็สบายไปแปดอย่าง งานอันตรายๆต่างๆก็คงค่อยๆถ่ายโอนไปให้หุ่นยนต์
มนุษย์ย่อมสบายขึ้นแน่ ถ้าหุ่นยนต์ทำตามคำสั่งของมนุษย์อย่างเคร่งครัด แต่ถ้าเกิดหุ่นยนต์กลายเป็นวายร้ายอย่างในหนัง Terminator หรือ คนเหล็ก ล่ะ ปัญญาประดิษฐ์สร้างเครือข่ายของมันขึ้นมาเอง แล้วควบคุมทุกอย่าง ทำลายล้างมนุษย์ แบบนี้เรามิสูญพันธุ์ไปเลยรึ
เราได้อะไรจากกรณี xxx.kapook.com
Posted by โกศล อนุสิม on
March 28, 2008

เรื่องอื้อฉาวในโลกอินเตอร์เน็ตของไทยในเดือนมีนาคม ที่โด่งดังไม่แพ้วิวาทะสายัณห์-ยอดรัก บนสื่อกระแสหลัก ก็ต้องยกให้กรณีโดเมนอื้อฉาว xxx.kapook.com ที่เกิดมาจากความผิดพลาดของการบริหารจัดการ (ตามคำบอกเล่าของผู้บริหารเว็บไซต์เจ้าของเรื่อง คือ http://www.kapook.com/ ) นั้น กลายเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ถกเถียงกันอื้ออึงในโลกอินเตอร์เน็ต และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วเหมือนไฟลามทุ่ง โดยพุ่งเป้าไปที่ผู้บริหารเว็บ kapook.com ว่ากระทำการไม่เหมาะสมที่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
ในที่สุดเจ้าของเว็บไซต์ kapook.com ที่ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ประกาศลาออกจากตำแหน่งด้วยเหตุผลที่แถลงไว้ว่า “เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม” ทำให้ต้องมีการเลือกตั้งนายกฯคนใหม่ในไม่ช้านี้
(< ภาพ ปรเมศร์ มินศิริ จาก ผู้ดการออนไลน์ )
นอกจากการลาออกจากตำแหน่งของนายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย คือ ปรเมศร์ มินศิริ แล้ว เราได้อะไรจากกรณีนี้
อะไรๆก็หา Professor Google of Internet University in Cyber World : ระวังจะถูกเทคโนโลยีครอบงำ
Posted by โกศล อนุสิม on
March 26, 2008

หากเปรียบโลก Cyber เป็นโลกๆหนึ่งที่มีฐานข้อมูลความรู้มากมายมหาศาล Internet ก็เป็นเครื่องมือในการค้นหาข้อความรู้เหล่านั้น ซึ่งไม่ต่างจากมหาวิทยาลัยอันเป็นสถาบันการศึกษาที่รวบรวมข้อมูลความรู้เอาไว้ให้นำมาใช้ประโยชน์ และ Google ก็เปรียบเสมือนอาจารย์ผู้รวบรวมความรู้เหล่านั้นมาไว้ด้วยกันในหอสมุด และทำหน้าที่ชี้แนะให้แก่นักศึกษาและผู้สนใจให้สามารถค้นหาข้อมูลความรู้ตามที่ตนต้องการได้อย่างรวดเร็ว
อันที่จริงแล้ว การเปรียบเทียบดังกล่าว ยังไม่ครอบคลุมคุณสมบัติทั้งหมดของ Google, Internet และ Cyber World เพราะความหมายของอาจารย์ มหาวิทยาลัย และโลก มีความเป็นกลาง มุ่งประโยชน์เป็นหลัก ไม่มีภาพลักษณ์ในทางลบหรือในทางเสียหาย เพราะโดย วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และหน้าที่ของทั้งสามสิ่ง ล้วนเป็นไปเพื่อเอื้อประโยชน์ให้มนุษย์ทั้งหลายอยู่ดีมีสุขกันทั้งสิ้น
แต่โลก Google, Internet และ Cyber แฝงไว้ทั้งด้านบวกและลบ เอื้อทั้งประโยชน์และนำมาซึ่งโทษแก่คนที่ใช้งาน มีอิทธิพลที่จะครอบงำคนได้ ลดการใช้กำลังและสติปัญญาของคน เพิ่มความสะดวกสบาย ขจัดอุปสรรคลงไปเป็นจำนวนมาก ทำให้คนคุ้นเคยกับความรวดเร็วทันใจแบบสำเร็จรูป ซึ่งในที่สุด อาจบั่นทอนศักยภาพของคนลงไปทั้งทางกายและทางใจ
นั่นคือ ศักยภาพที่จะทำสิ่งต่างๆด้วยตนเอง โดยใช้สมอง สองมือ สองเท้า พละกำลังทางกาย และศักยภาพในการคิด จินตนาการ โดยใช้สมอง ศักยภาพที่จะรับมือกับความกดดันต่างๆที่เข้ามาบีบคั้นกายและใจ สิ่งต่างๆเหล่านี้นับวันจะลดน้อยลง เพราะเทคโนโลยีสามารถรับภาระแทนไปได้หลายอย่าง ทำให้ไม่มีความคุ้นเคย หากวันใดที่เทคโนโลยีเกิดมีปัญหา คนอาจจะไม่สามารถรับมือปัญหาด้วยตัวเองได้
การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร (Information and Communication Technology - ICT ) ในช่วงประมาณ 25-30 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่การปรากฏขึ้นของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ตามมาด้วยระบบปฏิบัติการวินโดว์ การเกิดขึ้นของอินเตอร์เน็ต การเข้ามาของเสิร์ชเอ็นจิ้นอย่างกูเกิล ล้วนมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้คนก้าวไปสู่การพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันนี้ การพึงพาเทคโนโลยีอาจเรียกได้ว่าเข้าสู่ขั้นการถูกครอบงำแบบอ่อนๆไปแล้ว
การครอบงำที่ว่านั้นเป็นอย่างไร…
tags: Google, ICT, Internet
3 Comments
True Visions กับการแก้ปัญหานอกขั้นตอนปกติ
Posted by โกศล อนุสิม on
March 25, 2008
ผมเป็นสมาชิกเคเบิลทีวี True Visions ตั้งแต่ปีแรกที่ก่อตั้ง นั่นคือเมื่อครั้งที่ยังเป็น UTV และมีคู่แข่งคือ IBC ต่อมาทั้งสองรายแข่งขันกันไปก็คงรังแต่จะเจ็บทั้งคู่ เพราะเป็นระยะเริ่มต้น สมาชิกยังน้อยอยู่ ดังนั้นจึงมีการควบรวมกันกลายเป็น UBC จนกระทั่งเปลี่ยนแปลงตัวเองมาเป็น True Visions ในปัจจุบัน
ผมเป็นสมาชิกที่ดีมาตั้งแต่ต้น นั่นคือ ชำระค่าบริการตรงเวลา มีล่าช้าอยู่ครั้งหรือสองครั้งเพราะลืม ไม่ใช่ตั้งใจเบี้ยว เมื่อขึ้นค่าบริการผมก็ยินยอมจ่ายเพิ่มแต่โดยดี เนื่องจากเบื่อหน่ายฟรีทีวีที่มีแต่รายการที่ไม่ชอบ ส่วนเคเบิลทีวีมีรายการให้ดูมากกว่า เช่น สารคดีต่างๆ หนังก็หลายช่อง การ์ตูนก็หลายช่อง แม้ว่าจะฉายซ้ำๆซากๆแต่ก็พอทน เพราะมีของใหม่ๆเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ
การบริการก็ดีครับ เมื่อมีปัญหาก็มาจัดการมาแก้ไขให้รวดเร็ว ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือสัญญาณขัดข้อง อันเนื่องมาจากกล่องรับสัญญาณเสื่อมสภาพตามอายุใช้งาน ช่างมาเปลี่ยนให้ก็ใช้งานได้ตามเดิม
ก่อนที่ช่างจะมานั้น เมื่อแจ้งเข้าไปยังศูนย์รับเรื่อง ก็จะได้รับคำแนะนำให้แก้ไขปัญหาเบื้องต้นคือ ให้ตรวจเช็คสัญญาณด้วยการกดเมนูบนรีโมตคอนโทรลแล้วทำตามที่เขาแนะนำ ถ้ายังไม่หายก็ให้ปิดเครื่องทั้งโทรทัศน์และกล่องรับสัญญาณ ถอดปลั๊ก จากนั้นก็เสียบปลั๊ก เปิดกล่อง ลองสัญญาณใหม่ ถ้าหายก็จบลงตรงนั้น อาจมีการเร่งสัญญาณเพิ่มให้เราขึ้นด้วย (เขาบอกอย่างนั้น) ถ้ายังไม่หายก็จะส่งช่างมาแก้ไขให้ในวันนั้นหรืออย่างช้าก็รุ่งขึ้น
ทุกครั้งที่มีปัญหาการติดต่อกันก็ทำตามขั้นตอนนั้นทุกอย่าง ผมจึงสรุปว่านั่นคงเป็นขั้นตอนการปฏิบัติตามปกติตั้งแต่สมัย UTV มาจนถึงปัจจุบัน เพราะทุกๆครั้งก็จะทำตามนั้น
ต่อมาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดปัญหาที่อยู่นอกขั้นตอนปกติขึ้น กล่าวคือ สัญญาณที่ผมได้รับติดๆดับๆ บางช่วงดับนาน บางช่วงติดนาน ผมได้แจ้งไปดังที่เคยทำทุกครั้ง การแก้ไขปัญหาก็ทำตามขั้นตอนเดิม และส่งช่างมาตรวจสอบในวันรุ่งขึ้น แต่ปัญหายังไม่จบ…
เมื่อผมเห็นรอยตีน Google Bot
Posted by โกศล อนุสิม on
March 24, 2008

เมื่อสองสามวันก่อน ผมลองเปิดดูสถิติของเว็บผมเว็บหนึ่ง ผ่าน extreme tracking พอดีไปเจอะเข้ากับร่องรอยของใครคนหนึ่ง ที่ทิ้งสัญลักษณ์ GG เอาไว้ แรกเห็นผมก็สงสัย เพราะตั้งแต่หมกมุ่นกับพวก SEO เอย Keyword เอยแบบเอาจริงเอาจังมาสอง-สามเดือน ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน
พองัดแงะ แกะเกากดนั่นกดนี่ก็ได้คำตอบว่า เป็นสัญลักษณ์ Bot ของท่านศาสตราจารย์ Google เขาเองน่ะแหละ
ผมนึกในใจ แม่เจ้าโวย อันเว็บไซต์เราได้รับเกียรติจากกองทัพหุ่นยนต์ไซเบอร์อันเกรียงไกรของกูเกิลก๊กมาทิ้งรอยตีนไว้เลยเชียวเหรอนี่ เราโผล่ขึ้นจากหลุมทรายแล้วรึ ได้เกิดอย่างแท้ๆแน่นอนแล้วหรือนี่
tags: Blog Traffic, Google, SEO
6 Comments
Amazon Fever : โรคคลั่งรักอเมซอนระบาด
Posted by โกศล อนุสิม on
March 21, 2008
ผมรู้สึกแปลกใจมาก ที่เห็นคนเข้าบล็อก kosoltalk.com ด้วยคีเวิร์ดเกี่ยวกับ Amazon มากกว่าคำอื่น ทั้งๆที่ไม่ใช่บล็อกที่เสนอเรื่องอเมซอนโดยตรง จะมีก็เพียงแต่แนะนำหนังสือ สอนให้รวยด้วย Amazon.com ของคุณ สิทธิศักดิ์ บุญมาก กับพูดถึงบล็อก Makemany.com ในประเด็นเกี่ยวกับอเมซอนเท่านั้น แต่ไฉนคำที่เกี่ยวกับอเมซอนจึงนำผู้คนเข้ามาที่บล็อกนี้เป็นจำนวนมาก (เมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์) นั่นคือ คนที่เข้ามาด้วย คีย์เวิร์ด Amazon จำนวน 16 ครั้ง คิดเป็น 22.54 % และยังมีคำว่า Amezon หลงเข้ามาอีก 1 ครั้ง
การเข้ามาด้วยคำที่เกี่ยวข้องกับ อเมซอน และ Amazonในภาษาไทยก็มีหลายคำ รวมถึงคำที่เกี่ยวข้องกับการหารายได้ผ่านอินเตอร์เน็ต ทั้งยังมีคำตรงๆคือ สอนให้รวยด้วยอเมซอน เข้ามาให้เห็นหลายครั้ง(ดูรูปข้างล่างประกอบ)




