ทำ Generation D รุ่นจิ๋วให้แจ๋วกันอย่างไรดี…
Posted by โกศล อนุสิม on
March 25, 2008
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมคิดถึงเรื่อง Generation D ขึ้นมาสองเหตการณ์ อันแรกเกิดขึ้นที่ห้องประชุมโรงเรียนที่ลูกสาวผมเรียนอยู่ เหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นที่บ้าน
เหตุการณ์แรก เป็นการประชุมผู้ปกครองนักเรียนชั้น ป.4-5 ลูกสาวผมเรียนอยู่ ป.4 เปิดเทอมนี้ก็จะขึ้น ป.5 ครูเชิญผู้ปกครองไปอบรมความรู้เกี่ยวกับการดูแลลูกหลานทุกปิดเทอมใหญ่ ผมกับเมียก็ไปทุกปีตั้งแต่ลูกเรียนอนุบาลโน่นแน่ะ
งานอบรมผู้ปกครอง ครูจะแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกพูดเรื่องการเรียนการเล่นของเด็ก แจกสมุดรายงานผลการเรียน อธิบายเรื่องต่างๆ เหมือนที่เคยพูดทุกปี ส่วนที่สองจะพูดถึงเรื่องพิเศษ ปีนี้ ครูได้ยกเอาเรื่องการใช้อินเตอร์เน็ตมาพูดให้ฟัง ว่าควรจะบริหารจัดการเรื่องใช้อินเตอร์เน็ตของเด็กๆอย่างไร โดยนำเอางานศึกษาวิจัยของอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาเสนอให้ผู้ปกครองรับรู้ ทั้งยังทำสำเนาแจกจ่ายให้ด้วย นับว่าดียิ่ง หากมีโอกาสผมจะสรุปมาให้อ่านกัน
ครูบอกว่าเทคโนโลยี ซึ่งในครั้งนี้เน้นอินเตอร์เน็ตนั้น มีประโยชน์อนันต์และมีโทษอย่างมหันต์ด้วยเช่นกัน พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีอินเตอร์เน็ตในบ้าน ควรจะจัดระเบียบและบริหารการใช้ให้เด็กๆให้ดี อย่าให้คอมพิวเตอร์และทีวีเลี้ยงลูก ครูบอกอย่างนั้น แล้วครูก็ยกการบริหารจัดการของครูเองขึ้นมาให้เราได้รู้เป็นตัวอย่าง ถ้าเราใช้ให้ถูกต้องได้ประโยชน์มหาศาล ครูย้ำ
นั่นคือเหตุการณ์แรก เหตุการณ์ต่อมาเกิดขึ้นที่บ้าน หลังจากจบการอบรมที่ใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง ผมกับเมียก็ไปรับลูกที่บ้านยาย ไปซื้อของที่ห้างแห่งหนึ่ง คือห้าง Lusto (นามสมมติ อิอิ) ไปดูเครื่องเล่นเอ็มพี 3 ให้ลูกสาว แต่ผมเห็นโทรศัพท์มือถือ i-Mobile มีทั้งวิทยุเอฟเอ็ม เอ็มพี 3 จึงเกิดความงกขึ้นมาฉับพลัน เสนอให้ซื้อโทรศัพท์มือถือแทน ซื้ออย่างเดียวได้ตั้ง 3 อย่าง ผมบอก เป็นอันว่าตกลง เมียผมยอมจ่ายโดยดี (แหะๆ)
ที่จริงแล้ว ลูกสาวผมก็ไม่ได้เรียกร้องอยากได้หรอกครับ แต่เธออยากฟังเพลงที่ชอบ ก็พยายามค้นหาในอินเตอร์เน็ต เปิดลำโพงแล้วเอาเทปเครื่องเล็กมาอัด นั่งหลังขดหลังแข็งทั้งวัน เพื่ออัดเพลงที่ชอบ เอามาเปิดฟัง ติดๆดับๆ แต่ก็พอใจ ด้วยเห็นความพยายามจึงซื้อ MP3 ให้โดยไม่มีการร้องขอดังกล่าว ส่วนมือถือเครื่องเก่าของเธอก็เอาไว้ให้ยายลองใช้ดู
เมื่อกลับมาถึงบ้าน เธอก็เปิดคู่มือใช้งาน จัดการเซ็ตระบบโทรศัพท์ด้วยตัวเอง ทำตามคู่มือแล้วก็ทดสอบการใช้งาน ลองให้แม่โทรเข้าบ้าง โทรหาแม่บ้าง อ่านคู่มือไป ทำไป ด้วยความตั้งอกตั้งใจ ผมรู้สึกแปลกใจ ถ้าเป็นเด็กโตหน่อยก็ไม่น่าแปลกแต่ประการใด แต่นี่เพิ่งสิบขวบหน่อยๆ ยังไม่ถึง 11 ขวบเลย สามารถทำได้ทั้งหมดเลย
ผมก็นึกถึงเรื่องที่ลูกสาวทำมาตลอด อย่างเช่น เรื่องการค้นหาเพลง ดาวโหลดเพลง เธอก็ทำได้ด้วยตัวเอง การค้นหาข้อมูลเพื่อทำการบ้านส่งครูก็ค้นหาเอง พ่อกับแม่เป็นแค่ผู้แนะนำ และช่วยแก้ไขให้ในกรณีที่มีปัญหา นอกนั้นเธอก็ทำเองหมด
การเรียนคอมพิวเตอร์ก็เช่นกัน โปรแกรมใหม่ๆที่เรียนจากโรงเรียน เธอก็นำมาทำต่อที่บ้าน มาคิดค้น ดัดแปลงทำเอง ผมยอมรับสารภาพเลยแหละว่า ลูกสาวอายุ 10 ขวบ สอนให้ผมทำ Photoshop จนทำเป็น แถมที่โรงเรียนสอนด้วย CS2 แต่เครื่องที่บ้านยังเป็น Photoshop7 อยู่ บางฟังชั่นจึงต่างกัน แต่เธอก็แก้ไขปัญหาไปได้แบบชิลๆ ว่างั้น
และอีกคราวหนึ่ง ก่อนการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550 ผมไปรับลูกตอนเย็น เพื่อนร่วมห้องของลูกกลับด้วย ผมต้องไปส่งที่บ้าน ทั้งสองนั่งอยู่เบาะหลัง คุยกัน เชื่อไหมครับ เด็ก ป.4 อายุ 10 ขวบสองคนคุยเรื่องการเมือง เรื่องเลือกตั้ง คุยกันว่าตัวเองชอบใคร เพราะอะไร ถ้าเลือกตั้งได้จะเลือกใคร เล่นเอาพ่ออายุ 44 งงไปเลยแหละครับ
ที่ผมเล่ามาทั้งหมดก็เพื่อจะบอกว่า เด็กรุ่น Generation D รุ่นจิ๋วก็จริง แต่พวกเขาไม่จิ๋ว การเรียนรู้ การรับรู้ของพวกเขาก้าวหน้ากว่าคนอายุเดียวกันในรุ่นพ่อมากชนิดที่ต้องเติมไม้ยมกหลายตัว ผมจึงนึกถึงคำพูดของครูเมื่อตอนอบรมที่โรงเรียนว่า เราจะต้องบริหารจัดการการดูแลพวกเขาให้ดี ไม่ใช่เฉพาะเรื่องอินเตอร์เน็ตเท่านั้น แต่ในทุกๆเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและการใช้ชีวิตในสังคม
คนรุ่นนี้ พวกเขาเรียนรู้เร็ว เติบโตเร็ว เราต้องตามให้ทัน จึงจะสามารถเป็นผู้ชี้แนะแนวทางแก่เขาได้ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของเรา ถ้าหากตามเขาไม่ทัน รู้ไม่เท่า เราก็จะบกพร่องต่อหน้าที่แน่นอน
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงพยายามเรียนรู้กับลูกตลอดเวลา เพื่อที่จะให้รู้เท่าและทันเขา การที่ต้องมาหมกมุ่นกับเรื่องเว็บ เรื่องบล็อก เทือกนี้ ส่วนหนึ่งผมตั้งใจเรียนรู้เพื่อที่จะได้มีส่วนในการร่วมกิจกรรมกับลูกสาวด้วย ซึ่งปรากฏว่าเกิดประโยชน์จริงๆ
ถ้าไม่ได้เรียนรู้ ก็คงไม่สามารถบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์กับเขาได้ และคงไม่เข้าใจในเหตุผลของการที่คนรุ่นนี้ต้องใช้เทคโนโลยี เมื่อไม่เข้าใจและรู้ไม่เท่ารู้ไม่ทันเขาแล้ว อาจจะทำอะไรที่บั่นทองศักยภาพของเขาก็ได้
ดังนั้น ผมจึงยินดีที่ให้ลูกสาวสอนโปรแกรมคอมพิวเตอร์บางอย่างให้ และเมื่อวานนี้เมื่อลูกเซ็ตโปรแกรมโทรศัพท์เสร็จผมก็ขอให้อธิบายให้ฟังว่า ทำอย่างไรบ้าง ร่วมทดสอบการใช้งานไปด้วยกัน พร้อมกับค่อยๆแนะนำการใช้อย่างไรให้เหมาะสม โดยที่ไม่ใช่เป็นการสั่งหรือสอน พยายามพูดให้เป็นเหมือนเงื่อนไขการใช้งานทั่วไป ซึ่งนับว่าได้ผลมาแล้วหลายอย่าง
ที่ผมทำเช่นนี้ ก็ยอมรับแหละครับว่า ผมพยายามจะทำให้คน Generation D รุ่นจิ๋วคือลูกสาวผม เป็นแบบจิ๋วแต่แจ๋ว ซึ่งจะได้ขนาดไหนก็คงต้องรอตอนโตแล้ว อีกสัก 10 ปีก็คงชัดเจน
เด็กที่มีการรับรู้รวดเร็วเช่นนี้ ไม่ใช่แค่ลูกสาวผมนะครับ แต่เป็นลักษณะร่วมของคนรุ่นนี้ ลูกคนอื่นๆในวัยเดียวกับลูกผม คือเพื่อนๆของลูก ก็มีลักษณะที่ไม่แตกต่างกัน
ผู้ใหญ่ที่เป็นพ่อแม่ผู้ปกครอง เห็นที่ต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อให้รู้เท่ารู้ทันลูกหลานวัยจิ๋วของตัวเอง โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีและไอทีทั้งหลายที่มีผลต่อการใช้ชีวิตของคนรุ่นนี้มากมาย
คนในอนาคตจะมีคุณภาพได้ เราก็ต้องสร้างตั้งแต่เดียวนี้แหละครับ ทำอย่างไรจึงจะให้ Generation D ที่ยังเล็กๆอยู่เป็นแบบจิ๋วแต่แจ๋ว ซึ่งผู้ใหญ่น่าจะตั้งคำถามและหาคำตอบเพื่อนำไปปฏิบัติให้ได้
ส่วนตัวผมนั้น ก็พยายามก้มหน้าก้มตาหาคำตอบให้ตัวเองอยู่ทุกวัน.




