วิถีของคนคิดใหญ่

 ในบรรดาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ที่ขนาดของใจใหญ่จนไม่สามารถวัดได้นั้น ในยุคสมัยของตน บางคนถูกมองว่าบ้า หรือขวางโลก ที่รุนแรงก็ถึงขั้นถูกทำร้ายและทำลายโดยสังคมหรือโดยผู้กุมอำนาจรัฐจนถึงแก่ชีวิตก็มี  ดังปรากฏในประวัติศาสตร์ของมนุษย์อยู่เสมอมา

                นับเนื่องตั้งแต่ยุคกรีกของพวกฝรั่งมังค่า ดังเช่น   โสกราตีส นักคิดผู้ยิ่งใหญ่ที่เชื่อว่ามนุษย์มีอิสระเสรี มีความเท่าเทียมกัน สอนลูกศิษย์แบบแปลกแหวกแนว คือตั้งคำถามแล้วถกเกียงหาคำตอบ เปิดให้แต่ละคนใช้กึ๋นอย่างเต็มที่   พฤติกรรมและความคิดแบบนี้จึง สวนทางกับแบบแผนของสังคมเข้า  ผู้มีอำนาจบังคับให้เลิกคิดแต่ท่านโสกราตีสไม่ยอม  ผู้มีอำนาจจึงสั่งว่าถ้าไม่เลิกคิดแบบนั้นก็จงกินยาพิษตาย  ให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง  ท่านโสกราตีส ใจเด็ดยอมหักไม่ยอมงอ เลือกกินยาพิษ  ตายแล้วโด่งดังอยู่ในประวัติศาสตร์ต่อมาเป็นพันๆปี

                ปัจจุบันมนุษย์ยอมรับในความเป็นปัจเจกชน ความเท่าเทียมกัน เทิดทูนความเสมอภาค กลายเป็นวิถีทางอันดีงาม  นี่เรียกได้ว่า ท่านโสกราตีส เป็นนักคิดข้ามเวลา เป็นคนคิดใหญ่คนหนึ่ง เป็นความคิดที่เปลี่ยนโลกเปลี่ยนโฉมหน้าของสังคมมนุษย์

                นักวิทยาศาสตร์อย่างท่านกาลิเลโอก็เช่นกัน   อุตส่าห์สร้างกล้องส่องดวงจันทร์ยันดวงอาทิตย์จนเห็นความจริงจึงประกาศความรู้ใหม่ ฟันธงสนับสนุนทฤษฎีของโคเปอร์นิคัส นักวิทยาศาสตร์รุ่นพี่ลงไปว่า โลกนี้มิใช่ศูนย์กลางของจักรวาลหรือสวรรค์วิมานใด  หากแต่เป็นก้อนกลมๆโคจรรอบดวงอาทิตย์  ผลเป็นอย่างไรรึ  ก็ทำให้หลวงพ่อทั้งหลายที่ยึดกุมอำนาจในการปกครอง กำหนดความถูกต้องดีงาม  ภายใต้ร่มเงาของพระผู้เป็นเจ้ามานานแสนนานก็เต้นผาง เล่นงานท่านกาลิเลโอโดยจับเข้าคุกด้วยข้อหาหมิ่นพระเจ้า ขัดขืนลิขิตสวรรค์  ทำลายศีลธรรมอันดีของประชาชน  ในกรณีท่านกาฯผู้เห็นโลกกลมก็ไม่ต่างจากท่านโสกราตีส แห่งกรีก  คือเหยียบตาปลาผู้มีอำนาจเข้า   ถ้ายอมๆเขาหน่อยก็ย่อมสุขสบาย  แต่มีหรือที่คนใจใหญ่  คิดการใหญ่ คิดข้ามเวลา อย่างทั้งสองท่านจะยอมทรยศต่อสัจจะ  จึงต้องไปสู่จุดจบแบบไม่แฮปปี้เอ็นดิ้ง

                หรือในยุคใกล้ๆที่เห็นอย่างชัดเจนก็มี   นักคิดอย่างท่านมหาตมะ คานธี แห่งอินเดียที่คิดการใหญ่นำพาชาวอินเดียเรียกร้องอิสรภาพจากอังกฤษ  การเรียกร้องอิสรภาพของท่านสวนทางกับสิ่งที่มนุษย์เคยปฏิบัติกันมานั่นคือการจับอาวุธขึ้นต่อสู้  แต่ท่านคานธีเชื่อมั่นในอหิงสาคือสันติวิธี  แม้จะถูกปราบถูกข่มเหงก็ไม่ตอบโต้  เชื่อมั่นในวิถีทางแห่งการเรียกร้องโดยสันติ  จนในที่สุดอินเดียก็ได้เอกราชเพราะการต่อสู้แบบอหิงสา  ความคิดของท่านคานธีได้รับการยอมรับไปทั่วโลก   สาธุคุณมาร์ติน ลูเธอ คิง ผู้นำคนดำที่เรียกร้องสิทธิเท่าเทียมกันให้แก่คนดำในสหรัฐ ก็ได้รับอิทธิพลความคิดจากมหาตมะ คานธี  นำไปใช้อย่างได้ผล  แม้ในปัจจุบันนี้ความคิดของท่านคานธีก็ยังมีอิทธิพลอยู่ในหมู่นักเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพของโลก  เป็นแนวความคิดหลักอย่างหนึ่งของมวลมนุษย์

บิล เกตส์  เจ้าผู้ครองอาณาจักรไมโครซอฟก็เป็นคนหนึ่งที่ขนาดของใจไม่ธรรมดา ตัดสินใจออกจากมหาวิทยาลัยมาทำคอมพิวเตอร์กับเพื่อน  แรกๆคนอาจมองว่าบ้า คงมีแต่นายเกตส์กับเพื่อนเท่านั้นที่เชื่อมั่นในความคิดใหญ่ของตน  มองเห็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในบ้านเรือนและสำนักงานล่วงหน้าก่อนใครเขา  จึงลงมือปฏิบัติการ  จนกลายเป็นเสมือนราชาผู้สร้างและครอบครองอาณาจักรเครื่องกลที่มีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของคนค่อนโลกในปัจจุบัน

            

    บรรดาผลงานของคนคิดใหญ่ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้  นับว่าแต่ละคนมีส่วนในการพลิกโฉมหน้าของโลกและสังคมมนุษย์  คงไม่ต้องสงสัยว่า สิทธิ เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ ประชาธิปไตยทั้งจริงบ้างลวงบ้างที่มีในปัจจุบันนั้น พัฒนามาจากความคิดอันขวางโลกเมื่อพันๆปีที่แล้วของโสกราตีส  ข้อเท็จจริงทั้งหลายทางวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์  และอื่นๆอีกไม่ถ้วนที่พลิกโฉมหน้าความรู้ของมนุษย์ ก็มาจากความคิดของท่านกาลิเลโอผู้เห็นโลกกลม  การต่อสู้แบบสันติวิธีที่ยับยั้งความสูญเสียชีวิต  ชะลอความรุนแรง  กระทั่งปลดปล่อยมนุษย์จำนวนล้านๆคนสู่อิสรภาพนั่นเล่า  ก็ย่อมเป็นคุณูปการของท่านมหาตมคานธี  หรือความจำเริญทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ที่สร้างความสะดวกสบายแก่เราท่านทั้งหลายเป็นอเนกอนันต์ในทุกวันนี้ ก็ย่อมมาจากความคิดใหญ่ของนายบิล เกตส์  หากขาดคนเหล่านี้ไป ประวัติศาสตร์และโฉมหน้าของโลกปัจจุบัน อาจแตกต่างจากที่เห็นและเป็นอยู่นี้แบบหน้ามือเป็นหลังมือก็ได้

                สังเกตไหมครับว่า  บรรดาคนใจใหญ่ คิดใหญ่ คิดข้ามเวลาพวกนี้ มีคุณสมบัติที่เหมือนกันอยู่หลายข้อ ซึ่งแต่ละข้อนั้นเราท่านคนธรรมดาอาจไม่มีหรือไม่กล้ามี  ที่เห็นชัดเจนก็คือ

                ความกล้า  ความกล้าที่ว่านี้ไม่ใช่ระดับธรรมดา  แต่เป็นความกล้าที่เข้าขั้นบ้าบิ่นเลยทีเดียว  คือกล้าแบบไม่กลัวเกรงสิ่งใด แม้แต่ความตายก็ไม่หวั่น  ท่านโสกราตีสแห่งกรีกกล้ากินยาตาย  ท่านกาลิเลโอผู้เชื่อว่าโลกกลมก็กล้าติดคุกจนตาย  ท่านมหาตมะคานธีกล้าที่จะนิ่งเฉยต่อหน้าทหารที่มีอาวุธครบมือ พร้อมที่จะยิงทุกคนเมื่อได้รับคำสั่ง  นายเกตส์กับเพื่อนก็กล้าที่จะพิสูจน์ความคิดของตน  ถึงอดตายก็ยอม ที่กล่าวมานี่เป็นความกล้าที่คนธรรมดายากจะมี  ผมเป็นคนหนึ่งที่ยอมรับว่าใจไม่ถึงขนาดนี้

                ศรัทธา เป็นความศรัทธาในระดับที่ไม่มีใครทำให้สั่นคลอนได้  เปรียบเทียบความใหญ่โตแข็งแรงก็คงน้องๆภูเขาเอฟเวอเรสต์  เมื่อบวกกับความกล้าแบบบ้าบิ่นแล้วก็เชื่อได้เลยว่าถึงไหนถึงกัน

คิดบวก  ความคิดบวกของคนเหล่านี้ก็ไม่ใช่ธรรมดา  เป็นบวกที่บริสุทธิ์ ใหญ่ และมั่นคง  แบบที่เชื่อว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ - nothing impossible  เมื่อบวกกับความกล้าชนิดบ้าบิ่นและศรัทธาระดับภูเขาเอฟเวอเรสต์แล้ว  จึงทำให้สามารถแปรความคิดใหญ่ไปสู่การกระทำได้อย่างสัมฤทธิ์ผล

เพียงแค่สามข้อนี้ก็ทำให้คนใจใหญ่ คิดใหญ่ สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่โลกได้อย่างมากมายมหาศาล  อิทธิพลของคนเหล่านี้สามารถพลิกโฉมหน้าของโลก กำหนดชะตากรรมของมนุษย์ส่วนใหญ่ได้แบบข้ามเวลามาเป็นพันๆปีก็มี  ทั้งๆที่คนเหล่านี้เป็นคนส่วนน้อยเพียงหยิบมือ

เรียกได้ว่านี่เป็นวิถีของคนใจใหญ่ และคิดใหญ่

สำหรับคนธรรมดาคงไม่อาจคิดใหญ่และคิดล่วงหน้าข้ามเวลาเป็นสิบ เป็นร้อย เป็นพันปีเหมือนผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย  แค่คิดใหญ่ ทำใหญ่  สำเร็จใหญ่ กว่าที่ผ่านมาก็มีคุณค่าแก่ชีวิตมากโขแล้ว

หรือใครกล้าคิดเทียบขาใหญ่ก็คงไม่มีใครว่า  พวกขาใหญ่ทั้งหลายน่าจะดีใจที่มีเพื่อนใหม่เพิ่มอีก   ขออย่างเดียวให้คิดใหญ่ทำใหญ่ในทางสร้างสรรค์  อย่าได้คิดใหญ่และทำใหญ่ในทางสร้างเสียก็แล้วกัน.

Post a Comment

eXTReMe Tracker