วิถีของคนคิดใหญ่
Posted by โกศล อนุสิม on
January 28, 2008
ในบรรดาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ที่ขนาดของใจใหญ่จนไม่สามารถวัดได้นั้น ในยุคสมัยของตน บางคนถูกมองว่าบ้า หรือขวางโลก ที่รุนแรงก็ถึงขั้นถูกทำร้ายและทำลายโดยสังคมหรือโดยผู้กุมอำนาจรัฐจนถึงแก่ชีวิตก็มี ดังปรากฏในประวัติศาสตร์ของมนุษย์อยู่เสมอมา
นับเนื่องตั้งแต่ยุคกรีกของพวกฝรั่งมังค่า ดังเช่น โสกราตีส นักคิดผู้ยิ่งใหญ่ที่เชื่อว่ามนุษย์มีอิสระเสรี มีความเท่าเทียมกัน สอนลูกศิษย์แบบแปลกแหวกแนว คือตั้งคำถามแล้วถกเกียงหาคำตอบ เปิดให้แต่ละคนใช้กึ๋นอย่างเต็มที่ พฤติกรรมและความคิดแบบนี้จึง สวนทางกับแบบแผนของสังคมเข้า ผู้มีอำนาจบังคับให้เลิกคิดแต่ท่านโสกราตีสไม่ยอม ผู้มีอำนาจจึงสั่งว่าถ้าไม่เลิกคิดแบบนั้นก็จงกินยาพิษตาย ให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง ท่านโสกราตีส ใจเด็ดยอมหักไม่ยอมงอ เลือกกินยาพิษ ตายแล้วโด่งดังอยู่ในประวัติศาสตร์ต่อมาเป็นพันๆปี
ปัจจุบันมนุษย์ยอมรับในความเป็นปัจเจกชน ความเท่าเทียมกัน เทิดทูนความเสมอภาค กลายเป็นวิถีทางอันดีงาม นี่เรียกได้ว่า ท่านโสกราตีส เป็นนักคิดข้ามเวลา เป็นคนคิดใหญ่คนหนึ่ง เป็นความคิดที่เปลี่ยนโลกเปลี่ยนโฉมหน้าของสังคมมนุษย์
นักวิทยาศาสตร์อย่างท่านกาลิเลโอก็เช่นกัน อุตส่าห์สร้างกล้องส่องดวงจันทร์ยันดวงอาทิตย์จนเห็นความจริงจึงประกาศความรู้ใหม่ ฟันธงสนับสนุนทฤษฎีของโคเปอร์นิคัส นักวิทยาศาสตร์รุ่นพี่ลงไปว่า โลกนี้มิใช่ศูนย์กลางของจักรวาลหรือสวรรค์วิมานใด หากแต่เป็นก้อนกลมๆโคจรรอบดวงอาทิตย์ ผลเป็นอย่างไรรึ ก็ทำให้หลวงพ่อทั้งหลายที่ยึดกุมอำนาจในการปกครอง กำหนดความถูกต้องดีงาม ภายใต้ร่มเงาของพระผู้เป็นเจ้ามานานแสนนานก็เต้นผาง เล่นงานท่านกาลิเลโอโดยจับเข้าคุกด้วยข้อหาหมิ่นพระเจ้า ขัดขืนลิขิตสวรรค์ ทำลายศีลธรรมอันดีของประชาชน ในกรณีท่านกาฯผู้เห็นโลกกลมก็ไม่ต่างจากท่านโสกราตีส แห่งกรีก คือเหยียบตาปลาผู้มีอำนาจเข้า ถ้ายอมๆเขาหน่อยก็ย่อมสุขสบาย แต่มีหรือที่คนใจใหญ่ คิดการใหญ่ คิดข้ามเวลา อย่างทั้งสองท่านจะยอมทรยศต่อสัจจะ จึงต้องไปสู่จุดจบแบบไม่แฮปปี้เอ็นดิ้ง
หรือในยุคใกล้ๆที่เห็นอย่างชัดเจนก็มี นักคิดอย่างท่านมหาตมะ คานธี แห่งอินเดียที่คิดการใหญ่นำพาชาวอินเดียเรียกร้องอิสรภาพจากอังกฤษ การเรียกร้องอิสรภาพของท่านสวนทางกับสิ่งที่มนุษย์เคยปฏิบัติกันมานั่นคือการจับอาวุธขึ้นต่อสู้ แต่ท่านคานธีเชื่อมั่นในอหิงสาคือสันติวิธี แม้จะถูกปราบถูกข่มเหงก็ไม่ตอบโต้ เชื่อมั่นในวิถีทางแห่งการเรียกร้องโดยสันติ จนในที่สุดอินเดียก็ได้เอกราชเพราะการต่อสู้แบบอหิงสา ความคิดของท่านคานธีได้รับการยอมรับไปทั่วโลก สาธุคุณมาร์ติน ลูเธอ คิง ผู้นำคนดำที่เรียกร้องสิทธิเท่าเทียมกันให้แก่คนดำในสหรัฐ ก็ได้รับอิทธิพลความคิดจากมหาตมะ คานธี นำไปใช้อย่างได้ผล แม้ในปัจจุบันนี้ความคิดของท่านคานธีก็ยังมีอิทธิพลอยู่ในหมู่นักเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพของโลก เป็นแนวความคิดหลักอย่างหนึ่งของมวลมนุษย์
บิล เกตส์ เจ้าผู้ครองอาณาจักรไมโครซอฟก็เป็นคนหนึ่งที่ขนาดของใจไม่ธรรมดา ตัดสินใจออกจากมหาวิทยาลัยมาทำคอมพิวเตอร์กับเพื่อน แรกๆคนอาจมองว่าบ้า คงมีแต่นายเกตส์กับเพื่อนเท่านั้นที่เชื่อมั่นในความคิดใหญ่ของตน มองเห็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในบ้านเรือนและสำนักงานล่วงหน้าก่อนใครเขา จึงลงมือปฏิบัติการ จนกลายเป็นเสมือนราชาผู้สร้างและครอบครองอาณาจักรเครื่องกลที่มีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของคนค่อนโลกในปัจจุบัน
บรรดาผลงานของคนคิดใหญ่ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ นับว่าแต่ละคนมีส่วนในการพลิกโฉมหน้าของโลกและสังคมมนุษย์ คงไม่ต้องสงสัยว่า สิทธิ เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ ประชาธิปไตยทั้งจริงบ้างลวงบ้างที่มีในปัจจุบันนั้น พัฒนามาจากความคิดอันขวางโลกเมื่อพันๆปีที่แล้วของโสกราตีส ข้อเท็จจริงทั้งหลายทางวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ และอื่นๆอีกไม่ถ้วนที่พลิกโฉมหน้าความรู้ของมนุษย์ ก็มาจากความคิดของท่านกาลิเลโอผู้เห็นโลกกลม การต่อสู้แบบสันติวิธีที่ยับยั้งความสูญเสียชีวิต ชะลอความรุนแรง กระทั่งปลดปล่อยมนุษย์จำนวนล้านๆคนสู่อิสรภาพนั่นเล่า ก็ย่อมเป็นคุณูปการของท่านมหาตมคานธี หรือความจำเริญทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ที่สร้างความสะดวกสบายแก่เราท่านทั้งหลายเป็นอเนกอนันต์ในทุกวันนี้ ก็ย่อมมาจากความคิดใหญ่ของนายบิล เกตส์ หากขาดคนเหล่านี้ไป ประวัติศาสตร์และโฉมหน้าของโลกปัจจุบัน อาจแตกต่างจากที่เห็นและเป็นอยู่นี้แบบหน้ามือเป็นหลังมือก็ได้
สังเกตไหมครับว่า บรรดาคนใจใหญ่ คิดใหญ่ คิดข้ามเวลาพวกนี้ มีคุณสมบัติที่เหมือนกันอยู่หลายข้อ ซึ่งแต่ละข้อนั้นเราท่านคนธรรมดาอาจไม่มีหรือไม่กล้ามี ที่เห็นชัดเจนก็คือ
ความกล้า ความกล้าที่ว่านี้ไม่ใช่ระดับธรรมดา แต่เป็นความกล้าที่เข้าขั้นบ้าบิ่นเลยทีเดียว คือกล้าแบบไม่กลัวเกรงสิ่งใด แม้แต่ความตายก็ไม่หวั่น ท่านโสกราตีสแห่งกรีกกล้ากินยาตาย ท่านกาลิเลโอผู้เชื่อว่าโลกกลมก็กล้าติดคุกจนตาย ท่านมหาตมะคานธีกล้าที่จะนิ่งเฉยต่อหน้าทหารที่มีอาวุธครบมือ พร้อมที่จะยิงทุกคนเมื่อได้รับคำสั่ง นายเกตส์กับเพื่อนก็กล้าที่จะพิสูจน์ความคิดของตน ถึงอดตายก็ยอม ที่กล่าวมานี่เป็นความกล้าที่คนธรรมดายากจะมี ผมเป็นคนหนึ่งที่ยอมรับว่าใจไม่ถึงขนาดนี้
ศรัทธา เป็นความศรัทธาในระดับที่ไม่มีใครทำให้สั่นคลอนได้ เปรียบเทียบความใหญ่โตแข็งแรงก็คงน้องๆภูเขาเอฟเวอเรสต์ เมื่อบวกกับความกล้าแบบบ้าบิ่นแล้วก็เชื่อได้เลยว่าถึงไหนถึงกัน
คิดบวก ความคิดบวกของคนเหล่านี้ก็ไม่ใช่ธรรมดา เป็นบวกที่บริสุทธิ์ ใหญ่ และมั่นคง แบบที่เชื่อว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ - nothing impossible เมื่อบวกกับความกล้าชนิดบ้าบิ่นและศรัทธาระดับภูเขาเอฟเวอเรสต์แล้ว จึงทำให้สามารถแปรความคิดใหญ่ไปสู่การกระทำได้อย่างสัมฤทธิ์ผล
เพียงแค่สามข้อนี้ก็ทำให้คนใจใหญ่ คิดใหญ่ สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่โลกได้อย่างมากมายมหาศาล อิทธิพลของคนเหล่านี้สามารถพลิกโฉมหน้าของโลก กำหนดชะตากรรมของมนุษย์ส่วนใหญ่ได้แบบข้ามเวลามาเป็นพันๆปีก็มี ทั้งๆที่คนเหล่านี้เป็นคนส่วนน้อยเพียงหยิบมือ
เรียกได้ว่านี่เป็นวิถีของคนใจใหญ่ และคิดใหญ่
สำหรับคนธรรมดาคงไม่อาจคิดใหญ่และคิดล่วงหน้าข้ามเวลาเป็นสิบ เป็นร้อย เป็นพันปีเหมือนผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย แค่คิดใหญ่ ทำใหญ่ สำเร็จใหญ่ กว่าที่ผ่านมาก็มีคุณค่าแก่ชีวิตมากโขแล้ว
หรือใครกล้าคิดเทียบขาใหญ่ก็คงไม่มีใครว่า พวกขาใหญ่ทั้งหลายน่าจะดีใจที่มีเพื่อนใหม่เพิ่มอีก ขออย่างเดียวให้คิดใหญ่ทำใหญ่ในทางสร้างสรรค์ อย่าได้คิดใหญ่และทำใหญ่ในทางสร้างเสียก็แล้วกัน.




