เกิดเป็นคนใหม่ให้ดีกว่าเดิม

การเกิดใหม่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสอนให้คนทั้งหลายอยู่กับปัจจุบัน  คือไม่นึกติดอยู่กับอดีตที่ผ่านมาแล้ว หรือกังวลถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง เพราะการติดกับอดีตและกังวลกับอนาคต จะทำให้ปัจจุบันเสียหาย เพราะคนเรานั้นย่อมมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน  เมื่อทำปัจจุบันให้ดีแล้ว อดีตหรืออนาคตก็ย่อมไม่เสียหาย

พระองค์ทรงสอนให้คนอยู่กับปัจจุบันด้วยการมีสติ คือระลึกได้อยู่เสมอว่าขณะนี้ตนกำลังทำอะไรอยู่  คือการรู้ตัวอยู่ตลอดเวลานั่นเอง เมื่อมีสติก็จะทำให้มีสมาธิ เมื่อมีสมาธิแล้วก็จะทำอะไรๆได้ถูกต้องยิ่งขึ้น

เมื่อพระองค์ทรงสอนให้คนอยู่กับปัจจุบัน ไม่ยึดติดในอดีต ไม่กังวลในอนาคต  อดีตจะทำอะไรมาก็ช่างให้ทิ้งไป  คนเรานั้นย่อมทำทั้งความดีและความชั่วมากบ้างน้อยบ้างด้วยกันทุกคน  เมื่อไม่ยึดติดกับอะไรและไม่กังวลกับอะไรแล้ว ก็ย่อมใช้กาลเวลาปัจจุบันพัฒนาตนเองได้ดี

ฉะนั้น สาวกของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นพระอริยะคือพระโสดาบันขึ้นไปจนถึงพระอรหันต์ จึงมาจากคนทุกประเภท เช่น

มาจากชนชั้นสูง เป็นเจ้าฟ้าเจ้าเป็นแผ่นดิน เป็นรัชทายาท เป็นเจ้าชาย เจ้าหญิง  เมื่อมาอยู่ในปัจจุบัน ไม่ติดอดีต ก็กลายเป็นพระอริยะ

มาจากชนชั้นนำ เป็นพราหมณ์ เป็นพ่อค้า เป็นเศรษฐี  มหาเศรษฐี  เมื่อมาเป็นสาวกและปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระองค์ ก็กลายเป็นพระอริยะ มีทั้งที่ยังครองเรือนอยู่ได้คือพระโสดาบันก็มาก  และที่สละทุกอย่างออกบวชเป็นพระอริยสงฆ์ก็มาก

มาจากชนชั้นล่าง ทั้งกรรมกร ทาส คนเป็นโรคเรื้อน เมื่อได้ฟังคำสั่งสอนของพระองค์ พิจารณาด้วยปัญญาโดยไม่นึกถึงสิ่งอื่นใด ไม่กังวลถึงอนาคตที่ยากลำบากของตนเอง ก็เป็นพระอริยะได้

แม้กระทั่งอาชญากรทั้งหลาย ที่ทำความผิดมาอย่างโชกโชน  เมื่อละทิ้งความเลวที่ตนทำ ตั้งใจฟังคำสั่งสอนและปฏิบัติตนให้ถูกต้อง ก็กลายเป็นพระอริยะเบื้องต้นและเป็นพระอรหันต์ได้

บุคคลทั้งหลายเหล่านี้ ย่อมเป็นผู้เกิดใหม่ คือตายจากฐานะที่ตนเคยเป็น ไม่ว่าจะดีชั่วแบบโลกๆ แล้วเดใหม่ในฐานะอริยบุคคล ที่เป็นผู้บริสุทธิ์  เป็นคนดีอย่างเที่ยงแท้

ที่กล่าวมานี้ เป็นตัวอย่างของการเกิดใหม่ ที่มีเหตุปัจจัยจากการไม่ยึดติดติดอดีต กังวลอนาคตแต่อยู่กับปัจจุบันและทำปัจจุบันให้ดีที่สุดจนเกิดผลที่ดีที่สุด  ซึ่งน่าจะเป็นตัวอย่างให้เราสามารถ “เรียนธรรม” จากกรณีดังกล่าวนี้ได้

เพราะการเกิดใหม่ดังกล่าวของพระอริยเจ้าทั้งหลายในพระพุทธศาสนา  เป็นตัวอย่างของการพัฒนาตนเองให้แก่บุคคลธรรมดาอย่างเราๆท่านๆได้เป็นอย่างดี  มีคนเป็นจำนวนมากและองค์กรเป็นจำนวนมาก ได้เกิดใหม่เพราะการมุ่งทำปัจจุบันให้ดีที่สุดเป็นตัวอย่างมาแล้ว

 

องค์กรธุรกิจทั้งหลาย ที่ประสบปัญหาที่แทบจะล้มหายตายจากไปแล้ว แต่กลับฟื้นขึ้นมาใหม่ เพราะผู้บริหารอยู่กับปัจจุบัน พยามแก้ไขปัญหาที่ปากฎขึ้นเฉพาะหน้า ไม่หลงติดในความรุ่งเรืองในอดีต หรือกังวลถึงอนาคต แต่ค่อยๆทำปัจจุบันให้ดีเรื่อยๆ ในที่สุดก็กลับมาเกิดใหม่  ยิ่งใหญ่เท่าเดิมหรือกว่าเดิมก็มีมาก

คนทั้งหลายที่กระทำผิดพลาดล้มเหลวมาในอดีต เช่น บรรดาคนร่ำรวย คนที่มีอำนาจ คนที่เป็นผู้นำ  ล้วนผ่านความล้มเหลวมาแล้วทั้งสิ้น หนักบ้าง เบาบ้าง แต่ได้ละทิ้งไป ไม่เก็บมาคิด ทำปัจจุบันให้เต็มที่ จนมีเป็นปัจจุบันที่ดีที่สุดของตน  เมื่อปัจจุบันที่ดีกลายเป็นอดีตก็ย่อมเป็นอดีตที่ดี  เมื่อเป็นอนาคตก็ย่อมเป็นอนาคตที่ดีเช่นกัน

ตัวอย่างที่ชัดเจนยิ่งขึ้น  กรณีของพระเจ้าตากที่ตัดสินใจละทิ้งความล้มเหลวในการบริหารราชการของราชสำนักอยุธยาก่อนการเสียกรุงครั้งที่ 2  โดยนำทหาร 500 คนตีฝ่าข้าศึกไปตั้งมั่นที่จันทบุรี แล้วซุ่มสร้างกองทัพที่ถึงแม้จะเล็กขนาด SMEs  แต่มีความแข็งแกร่ง สะสมกำลังด้วยการหลอมรวมกับก๊กต่างๆด้วยยุทธวิธีทางทหารกลายเป็นกองทัพขนาดใหญ่ กลับมาทำการสู้รบจนสามารถกอบกู้อิสรภาพของชาติคืนมาได้  และนำไปสู่การเกิดใหม่ของรัฐชาติไทย นั่นย่อมเป็นผลของการทำงานที่อยู่กับปัจจุบัน

กรณีของพระเจ้าอโศกมหาราช กษัตริย์นักรบที่ได้ชื่อว่าจอมโหดอีกพระองค์หนึ่ง แผ่ขยายอาณาจักรไปทั่วอินเดีย ทำให้ผู้คนล้มตายนับไม่ถ้วน ได้รับคำสาปแช่งจากผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนทุกทิศ ในที่สุดก็ละทิ้งวิถีแห่งสงครามมาสู่วิถีแห่งสันติ แผ่ขยายอาณาจักรแห่งธรรมแทนการรบ กลายเป็นผู้ที่ถูกจารึกไว้ในชื่อของนักบุญเพราะการเกิดใหม่ฐานะพุทธศาสนิกชน  เป็นผู้ที่ได้รับความเคารพยกย่องในที่สุด

กรณีขององคุลีมาลก็เช่นกัน จากจอมโจรผู้โหดร้ายกลายเป็นพระอรหันต์ผู้สิ้นกิเลส  ก็เพราะละทิ้งอดีตอันเลวร้ายมาทำปัจจุบันให้ดี  พระคาถาที่พระองคุลีมาลซึ่งเป็นพระอรหันต์แล้ว ได้สวดอวยพรแก่หญิงที่คลอดบุตรยาก ซึ่งมีอยู่ว่า ยะโตหัง ภะคินิ อริยะ ชาติยา ชาโต นาภิชานามิ สัญจิจจะ ปาณัง ชีวิตา โวโรเปตา เตนะ สัจเจนะ โสตถิ เต โหตุ โสตถิ คัพภัสสะ” แปลความว่า  ดูก่อนน้องหญิง ตั้งแต่เราเกิดมาในชาติอริยะในร่มแห่งพระอริยเจ้า ยังไม่เคยรู้จักแกล้งปลงชีวิตสัตว์ให้ตายเลย ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่าน ขอความสวัสดีจงมีแก่ครรภ์ของท่าน” เมื่อหญิงคนนั้นได้รับคำอวยพรนี้ก็คลอดบุตรได้โดยง่าย  แม้ตั่งที่หญิงคนนั้นคลอดบุตร เมื่อคนหรือสัตว์คลอดบุตรยาก เพียงแต่นำน้ำมาราดแล้วรองไปให้คนดื่มหรือรดตัวสัตว์นั้น ก็คลอดบุตรได้โดยง่ายเช่นกัน คาถาพระองคุลิมาลนี้ยังได้ตกทอดมาเพื่ออำนวยพรแก่ผู้คนจนถึงปัจจุบัน

นั่นย่อมเป็นตัวอย่างของการอยู่กับปัจจุบันเพื่อการเกิดใหม่ตามคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งได้ประโยชน์ในทุกขั้น ทั้งในขั้นโลกียะคือเราท่านทั้งหลาย และขั้นโลกุตระคือพระอริยเจ้าทั้งหลาย  หากการละทิ้งอดีตที่ไม่ดีเพื่อการเกิดใหม่ที่ดีในปัจจุบัน ย่อมยังประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่นได้ไม่จำกัด ดังเช่นพระองคุลีมาลที่ “เกิดใหม่ในชาติอริยะ” คือตายจากความเป็นโจรมาสู่ความเป็นพระอรหันต์ ย่อมยังประโยชน์แก่ตนเองคือสิ้นกิเลสแล้ว และเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นเป็นอันมากอีกด้วย

แต่มีคนเป็นจำนวนมาก เกิดมาแสนร้าย ทำความเดือดร้อนแก่คนอื่นเป็นงานหลัก พอเกิดใหม่ยิ่งร้ายกว่าเก่า แบบนี้ คงไม่มีใครอยากให้เกิด  เกิดมาแล้วก็มีแต่คนอยากให้ตาย

แล้วคุณเป็นคนแบบไหนกันล่ะครับ.

  1. 4 Responses to “เกิดเป็นคนใหม่ให้ดีกว่าเดิม”

  2. เพิ่งอ่านหนังสือที่มีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับอดีต ปัจจุบัน และอนาคตไป

    ดิฉันเป็นคนที่ชอบคิดถึงอนาคตมากกว่าปัจจุบันหรืออดีต เป็นนิสัยติดตัวว่าชอบวางแผน บางทีเซ็ง ๆ นึกถึงแผนดี ๆ ที่กะว่าจะทำในอนาคตก็อารมณ์ดีขึ้นมาได้ ส่วนปัจจุบันดิฉันรู้สึกเหมือนเส้นทางเดินที่คาดเดาล่วงหน้าไม่ได้ ก็ต้องเดินไปเรื่อย ๆ จะเจอหลุมเจอบ่อบ้างก็คงเป็นเหตุสุดวิสัย ส่วนอดีตคือบทเรียน บางทีก็เป็นความทรงจำหอมหวานเอาไว้นึกถึงเวลาเหงา ๆ

    ค่อนข้างจะนอกเรื่องไปบ้าง ถือเป็นการแวะมาคุยกันละกันนะคะ ^^”

    ปล. พูดถึงองคุลีมาล ดิฉันนึกไปถึงลมปากน้ำเน่าของนักการเมืองคนหนึ่งที่มีประเด็นดังในขณะนี้

    By mafee on Feb 13, 2008

  3. ครับ คุณmafee ขอบคุณครับที่มาเยือน

    อย่างที่คุณว่าแหละครับ เส้นทางข้างหน้าคาดเดายาก ที่เราคิดอยากให้เป็น วางแผนดิบดี ทำแทบตาย แต่ผลไปอีกแบบ ก็มีให้เห็นบ่อยๆ

    ต้องไปแหละครับ ไปเรื่อยๆ

    ส่วนพวกนักการเมืองนั้นก็คงพูดพล่อยๆไปอย่างนั้นเอง รู้เรื่ององคุมาลจริงๆหรือไม่ ก็ไม่รู้

    ก็ต้องทำใจแหละครับ

    By Kosoltalk on Feb 14, 2008

  4. “ให้คนอยู่กับปัจจุบัน ไม่ยึดติดในอดีต ไม่กังวลในอนาคต อดีตจะทำอะไรมาก็ช่างให้ทิ้งไป คนเรานั้นย่อมทำทั้งความดีและความชั่วมากบ้างน้อยบ้างด้วยกันทุกคน เมื่อไม่ยึดติดกับอะไรและไม่กังวลกับอะไรแล้ว ก็ย่อมใช้กาลเวลาปัจจุบันพัฒนาตนเองได้ดี…”

    เป็นแง่คิดที่ดีทีเดียวครับ จะนำความรู้นี้ไปเผยแพร่ให้กับลูกศิษย์โดยสอดแทรกกับเนื้อหาที่สอนด้วย ขอบคุณสำหรับความรู้ดี ๆ แบบนี้ เดี๋ยวต้องแวะมาอ่านอย่างต่อเนื่องแล้วล่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยคร้าบบบ

    By mapandy on Feb 17, 2008

  5. ขอบคุณครับ คุณ mapandy ที่มาเยี่ยมเยือนถึงบ้าน

    ยินดีครับที่จะนำไปเผยแพร่ให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่คนเขียนทุกคนจะต้องดีใจที่ความคิดของตนเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น

    ขอเชิญมาร่วมถ่ายทอดความคิด ประสบการณ์ด้วยกันที่นี่ได้ตลอดเวลาและขอขอบคุณมากครับ

    By admin on Feb 18, 2008

Post a Comment

eXTReMe Tracker