ธุรกิจกับธรรมะ
Posted by โกศล อนุสิม on
May 19, 2008

ในบรรดานักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จในโลกธุรกิจของไทยนั้น โดยเฉพาะคนรุ่นเก่าเมื่อครั้งที่เรียกกันว่าเถ้าแก่ นายห้าง เจ้าสัว นั้น ก่อนจะประสบความสำเร็จมีเงินเป็นร้อยเป็นพันล้าน ยิ่งใหญ่ในอาณาจักรของตนเองได้ ต่างทำงานหนัก จนถึงขนาดเรียกได้ว่าอาบเหงื่อต่างน้ำ ปากกัดตีนถีบ เพราะหลายๆคนเริ่มจากการเป็นลูกจ้าง ค่อยๆสร้างอาณาจักรของตนเองขึ้นมา ใช้เวลายาวนานหลายสิบปีกว่าจะก้าวขึ้นสู่ยอดของความสำเร็จ มีอาณาจักรพันล้าน หมื่นล้านให้บรรดา “CEO” รุ่นลูกหลานได้บริหารกิจการต่อ
หากอ่านชีวประวัติของคนรุ่นเก่าเหล่านั้น จะพบว่า มีจำนวนมากที่อาศัยแนวคิดในการบริหารกิจการจากคำสั่งสอนของพระพุทธองค์เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการบริหารจัดการธุรกิจ
แม้จะไม่ใช่ตำราการบริหารจัดการโดยตรง แต่คนรุ่นเก่าทั้งหลายเหล่านั้น เรียนรู้ เข้าใจ และนำธรรมะมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตและดำเนินธุรกิจของตัวเองอย่างได้ผล ดังจะได้ยินอยู่เสมอๆในทำนองว่า “อาศัยธรรมะสอนใจจึงผ่านมาได้” โดยเฉพาะในช่วงที่ประสบวิกฤตการณ์นั้น มักจะได้ยินคนพูดถึง “ธรรมะ” อยู่เสมอๆ
แม้ปัจจุบันก็ดี มีนักธุรกิจรุ่นใหม่ หรือ CEO จำนวนไม่น้อย ได้อาศัยธรรมของพระพุทธองค์เป็นแนวทางหนึ่งในการบริหารกิจการ กิจกรรมการปฏิบัติธรรมดูเหมือนจะได้รับความนิยมมากขึ้น บางแห่งถึงกับมีหลักสูตรการปฏิบัติธรรมสำหรับพนักงาน
หนังสือธรรมะก็ได้รับความนิยมมากขึ้น มีการจัดพิมพ์เผยแพร่กันอย่างกว้างขวาง นักบริหารที่มีชื่อเสียงบางคน ก็เขียนหนังสือธรรมะกันบ้างแล้ว จึงนับเป็นเรื่องที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง
น่าศึกษาว่า แท้ที่จริงแล้ว แนวคิดการบริหารจัดการแบบตะวันตก ที่ได้รับความนิยมยกย่อง โดยเฉพาะฝั่งสหรัฐอเมริกาที่เต็มไปด้วย “กูรู” จะเริ่มคลายมนต์ขลังแล้วหรือย่างไร
น่าศึกษาว่า แนวคิดจากทางตะวันออก ทั้งจากจีนและอินเดียจะกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งหนึ่งแล้วหรือไม่ หลังจากญี่ปุ่นเคยได้รับความสนใจมาก่อนนี้ในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา
จีนนั้น หลังจากญี่ปุ่นเสื่อมลง ก็ก้าวขึ้นมาเป็นยักษ์ตัวใหม่ที่เติบตัวพรวดพราดจนสหรัฐอเมริกาก็ยังกลัว จึงน่าสนใจเหลือเกินว่า แนวคิดการบริหารแบบจีน ที่มีเสาหลักใหญ่ๆคือ ซุนหวู่ สามก๊ก เหลาจื้อ ขงจื้อ นั้นจะผงาดขึ้นมาแย่งความดังของ “กูรู” ทั้งหลายในอนาคตได้หรือไม่
ส่วนอินเดียนั้น ก็เป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่แห่งหนึ่งของโลก แนวคิดในการบริหารจัดการแบบอินเดีย ถือได้ว่าลุ่มลึก ไม่แพ้ทางฝั่งจีน เพราะทางจีนมีบรรดา “จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่” กับนักปราชญ์มากมายแล้ว อินเดียก็มีบรรดา “มหาราชาผู้ยิ่งใหญ่” และนักปราชญ์เป็นจำนวนมากเช่นกัน
จีนมี สามก๊ก อินเดีย ก็มี มหาภารตะยุทธ ซึ่งยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน
จีนมี ถังไท้จงฮ่องเต้ ผู้สร้างจีนให้ยิ่งใหญ่ อินเดียก็มี อโศกมหาราช ผู้สร้างอินเดียให้เกรียงไกร เช่นกัน
ขงจื้อคือศาสดาเอกแห่งจีน อินเดียก็มีสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นศาสดาเอกเช่นกัน
ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น แผ่ไพศาลไปทั่วชมพูทวีป แม้แต่ในแผ่นดินจีนก็ได้รับอิทธิพลของพระพุทธศาสนา มีคนจีนจำนวนมากได้ยึดถือเอาธรรมะของพระพุทธองค์เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ฝังลึกลงในวัฒนธรรม ผสมผสานกับความคิด ความเชื่อแบบจีนจนกลายเป็นพุทธศาสนานิกายหนึ่งในแบบจีนไปแล้ว ปัจจุบันนี้ก็แผ่ขยายไปทั้งยุโรปและอเมริกา
น่าศึกษา ว่าบรรดานักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จทั้งหลาย ที่ได้อาศัย “ธรรมะของพระพุทธองค์” ช่วยให้ผ่านชีวิตอันยากลำบากมาได้จนสร้างอาณาจักรธุรกิจจนยิ่งใหญ่นั้น ได้ใช้ธรรมะข้อไหน ใช้อย่างไร ใช้เมื่อไร
น่าศึกษา ว่า ทำไมนักธุรกิจรุ่นใหม่ จึงเริ่มหันมาให้ความสนใจแนวคิดพุทธศาสนา จนนำไปใช้ในการบริหารงานทั้งๆที่ตามความเข้าใจของคนทั่วไปแล้ว “ธรรมะ” ไม่น่าจะไปกันได้กับ “ธุรกิจ”
น่าศึกษา ว่า บรรดาความคิดในการบริหารจัดการของบรรดา “คุรุ” ตะวันตกในสมัยปัจจุบันนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์แล้ว มีส่วนคล้ายคลึงกันหรือไม่อย่างไร
จะได้รู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว ธรรมะของพระพุทธองค์ที่มีมาเมื่อ 2,500 กว่าปีนั้น เป็น “อกาลิโก” อยู่เหนือกาลเวลา ทันสมัยเสมอ หลายสิ่งที่บรรดา “กูรู” ทั้งหลายได้สาธยายกันในปัจจุบันนี้ พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้เมื่อ 2,500 ปีก่อนโน้น
เถ้าแก่ เจ้าสัว นายห้าง และ CEO หลายคนต่างได้พิสูจน์แล้ว
หาก “กูรู” ได้ศึกษาธรรมะของพระพุทธองค์อย่างจริงจัง อาจจะมีอะไรใหม่ๆเพิ่มขึ้นในตำรา MBA ก็เป็นได้.
…
[หมายเหตุ : บทความนี้เป็นตอนแรกในชุด เรียนธรรมในธุรกิจ ซึ่งผมเขียนในหนังสือพิมพ์ BIZWEEK ของเครือเนชั่น เริ่มตีพิมพ์ฉบับวันที่ 30 กันยายน 2548 ถึงปัจจุบัน เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์บ้างจึงนำมาให้อ่าน ธรรมะถ้าเรียนรู้จริงๆไม่น่าเบื่อนะ ใช้กล่อมเกลาจิตใจ สร้างสติปัญญได้เป็นอเนกอนันต์]





5 Responses to “ธุรกิจกับธรรมะ”
เพราะพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ ซึ่งแปลว่า รู้แจ้ง รู้แจ่มแจ้ง รู้ชัดเจน การค้นพบสัจธรรมที่ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ที่สามารถนำมาใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้จริง ๆ คือ
“อริยสัจ 4″
1.ทุกข์ ความลำบากของสรรพสัตว์
2.สมุทัย เหตุแห่งทุกข์
3.นิโรธ ความดับทุกข์
4.มรรค ทางไปสูความดับทุกข์
By yawaiam on May 19, 2008
ขอบคุณจริง ๆ
สำหรับคำแนะนำของคุณโกศล
ในการคอมเมนท์ที่”คุยเฟื่องเรื่องญาติบล็อก”
ได้พิมพ์ Website ในช่องที่สาม
ได้ผลตามที่บอกทุกประการ
By yawaiam on May 19, 2008
ต้องขออภัยถ้าทำให้เสียบรรยากาศ
เรื่องธรรมะกลายเป็นวิธีเขียนบล็อกไปซะแล้ว
By yawaiam on May 19, 2008
ยินดีครับ ไม่เสียบรรยากาศแต่อย่างใด เพราะเราแบ่งปันความรู้ คำแนะนำกันนี้ เป็นการปฏิบัติตามพรหมวิหารธรรม อันเป็นคำสั่งสอนของพระบรมศาสดา เป็นการปฏิบัติธรรม
คอมเมนต์ yawaiam ข้างบน 2 แห่งนั้น ผมแก้ไข url ให้เรียบร้อยแล้วนะครับ กดไปถึงเลยแน่นอนครับ
ขอเราทั้งหลายเจริญในธรรม
By admin on May 19, 2008