ปลูกผักไว้ได้หลายต่อ
ท่านผู้อ่านเคยตั้งข้อสังเกตไหมครับว่า สมัยอันรุ่งเรืองด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้ มีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นมากมาย หลายเรื่องเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้น หลายเรื่องเกิดขึ้นแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ บางเรื่องก็เกิดขึ้นแบบไม่น่าจะเกิด ยกตัวอย่างให้เห็นชัดแจ้ง เช่น เรื่องดูหมอ-หมอดู ไม่น่าเชื่อว่ายุคที่วิทยาศาสตร์รุ่งเรืองเช่นนี้ โหราศาสตร์ก็รุ่งเรืองด้วย คนดูดวงกันทุกชนชั้น หมอดูจึงรวยกันเหลือเกิน
เรื่องของสุขภาพคนเราก็เช่นกัน มีโรคแปลกๆเกิดขึ้นมากมาย โรคเก่าๆที่มีที่เป็นกันอยู่หลายโรคก็ยังหาทางรักษาไม่ได้ โรคใหม่ก็เข้ามาแรกอยู่เรื่อยๆ คนที่มีกินเหลือเฟือ กินมากก็เป็นโรค คนที่ไม่มีกิน มีกินน้อยก็เป็นโรค โลกนี้มันวุ่นวายพิลึก
สาเหตุที่คนเราเชื่อถือโชคลางหมอดูหมอเดานั้นคงเป็นเพราะขาดความเชื่อมั่นทางใจ จึงต้องหาที่ยึดเหนี่ยวหรือคำปรึกษา ส่วนสาเหตุของโรคภัยไข้เจ็บทั้งโรคแบบเก่าและแบบใหม่ก็มาจากสิ่งแวดล้อมรอบกายมนุษย์ ทั้งที่มีอยู่และที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งแวดล้อมอันเป็นพิษที่เกิดจากความจำเริญสมัยใหม่ เป็นบ่อเกิดโรคภัยอย่างขนานใหญ่ ทำให้มนุษย์รับเคราะห์กรรมเป็นจำนวนมาก
น่าแปลกไหมครับ วิทยาศาสตร์เจริญขึ้น โลกสมัยใหม่ขึ้น การแพทย์พัฒนาไปจนสามารถเปลี่ยนอวัยวะบางอย่างของคนได้แล้ว แต่ความเสี่ยงด้านสุขภาพของคนกลับมีมากขึ้น ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสี่ยงมีอยู่รอบกาย แม้กระทั่งอาหารการกินก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนเป็นโรค เพราะวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารแต่ละชนิด เจือไปด้วยสารที่มีพิษ พืชผักก็มียาฆ่าแมลง เนื้อสัตว์ก็มีสารอะไรต่อมิอะไรตกค้างอยู่ เป็นอันตรายต่อชีวิตเสียทั้งสิ้น เมื่อบริโภคเข้าไปมากๆก็สะสมในร่างกาย เมื่อถึงระดับที่ร่างกายรับไม่ไหวก็เกิดโรคแปลกๆ จนบางโรคหมอสมัยใหม่ที่มีเครื่องมือทันสมัยรักษาไม่หาย หรือกว่าจะหายก็เล่นเอาสะบักสบอมทั้งคนไข้ทั้งหมอก็มีให้เห็นบ่อยๆ
หนทางหลีกเลี่ยงสารมีพิษดังกล่าวก็มีไม่มาก หนึ่งในนั้นก็คือไม่กินอะไรเลย เพราะส่วนประกอบของอาหารแทบทุกอย่างล้วนมีสารตกค้างจากกระบวนการผลิต แต่ถ้าไม่กินอะไรก็ตายแหงๆแหละคุณเอ๋ย ทางเลือกต่อมาก็คือ ละเว้นการรับประทานอาหารที่ใช้วัตถุดิบที่มีสารตกค้าง ทางนี้ก็ไม่ต่างจากทางแรก คือจะหาอาหารที่ปลอดภัยไร้สารนั้นไม่มีแน่ เมื่อไม่มีก็ไม่ต้องกิน ทางต่อมาก็โดยเลือกกินแต่น้อย นี่พอจะเป็นไปได้ สิ่งใดที่เว้นได้ก็ควรเว้น สิ่งใดที่ทำได้เองโดยไม่เสี่ยงสารมีพิษก็ทำ ดังมีคำแนะนำจากผู้รู้อยู่เสมอๆ เช่น ถ้าชอบกินผักแต่ไม่ชอบสารพิษตกค้างก็ปลูกผักกินเอง เป็นต้น
ด้วยเหตุที่ชอบกินผักและพอมีที่ว่างๆอยู่บ้าง ประกอบกับตอนเริ่มแรกนั้นลูกสาวอยู่ในวัยอนุบาลเห็นสวนผักในหนังสือแล้วอยากมีสวนผักแบบนั้นบ้าง และผมเองก็เป็นลูกชาวไร่ชาวนา เคยปลูกผักเมื่อสมัยเด็ก จึงทำให้ผมได้ใช้พื้นที่ว่างมุมกำแพงบ้านที่มีอยู่ประมาณสองตารางวาทำสวนผัก
แรกก็ไม่เชื่อหรอกว่า ที่แค่นี้จะพอปลูกอะไรได้มากมาย แต่พอทำเข้าจริงๆ ปลูกผักได้แทบทุกชนิด อย่างนิดอย่างละหน่อย ทั้งผักบุ้ง ผักชี แมงลัก ต้นหอม ผักชีฝรั่ง แตงกวา มะเขือ ตะไคร้ คะน้า ผักกาด แข่งกันทอดยอดทอดใบในพื้นที่เล็กๆนั้น
กินผักที่เราปลูกเองแล้วสบายใจ ไม่มียาฆ่าแมลงตกค้างในผัก แถมยังรสชาติวิเศษอย่าบอกใคร เพราะกินไปก็ภูมิใจไปว่านี่เป็นผลิตผลในครัวเรือน เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของเราเชียวนะ ยิ่งเจ้าตัวเล็กที่ชอบกินผัดผักบุ้ง เขาจะพูดอย่างภูมิอกภูมิใจว่าเป็นผักบุ้งของเขา ไปบ้านยายก็เอาไปให้ยายผัด กินกันอร่อย
ตอนทำสวนก็ได้ออกกำลัง เหงื่อซึม สบายเนื้อตัว ได้ทำกิจกรรมกับลูก ก็มีความสุขไปอีกแบบ เจ้าตัวเล็กได้คลุกดินคลุกทราย หัดใช้กล้ามเนื้อ ก็นับเป็นประโยชน์อย่างหนึ่ง ยังไม่นับที่หัวเราะชอบใจมีความสุขประสาเด็กๆ เห็นแล้วก็ใจสบาย
เมื่อผักโตสีเขียวเต็มพื้นที่ แมลงที่เคยเห็นเมื่อเป็นเด็กที่บ้านนอกก็มาเยี่ยม ตั๊กแตนเอย แมลงเต่าทองเอย ชักชวนแมลงอื่นๆที่หน้าตาแปลกชๆอบกินผักพากันยกโขยงมา ก็เชิญกันตามสบาย แบ่งๆกันกิน ไม่หวงห้าม ดีเสียอีกที่ทำให้สวนครึกครื้นขึ้นมา บางครั้งผมก็นั่งดูแมลงเหล่านี้เป็นนานสองนาน เหมือนได้เจอเพื่อนเก่าสมัยเด็ก ดูแล้วก็มีความสุขใจอย่างบอกไม่ถูก
จึงเป็นอันสรุปได้แน่นอนว่า การทำอะไรเองได้ก็ควรทำนี้ เมื่อทำแล้วได้ประโยชน์หลายต่อ ทำสวนเล็กๆได้กินผักปลอดพิษ ได้ออกกำลังกาย ได้ทำกิจกรรมกับลูก ได้เจอแมลงเพื่อนเก่า ได้ความสุขกายสบายใจ
ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ผักที่ปลูกไว้สามคนพ่อแม่ลูกกินกันไม่ทันหรอก ต้องเก็บไปแบ่งให้เพื่อนบ้านบ้าง ไปฝากคุณยายของเจ้าตัวเล็กบ้าง แบ่งความอร่อยกันหลายๆคน
ผมจึงคิดว่าถ้าใครทำแบบนี้ก็น่าจะทำนะครับ ไม่ต้องหวังอะไรมาก แค่ที่ผมได้เล่ามานี้ก็เกินคุ้มแล้ว เพียงใช้เวลาวันเสาร์หรืออาทิตย์หรือวันหยุดสักแค่ครั้งละสองสามชั่วโมง ตอนเช้า สาย บ่ายหรือเย็นก็ตามสบาย ผมทำตั้งแต่ลูกอยู่อนุบาล เปิดเทอมนี้ก็ขึ้น ป. 5 แล้วครับ
ถ้าไม่มีที่ว่างเพราะอยู่ทาวน์เฮ้าส์หรือคอนโด ก็ลองหากระถางมาปลูกดูสักสองหรือสามกระถาง เอาผักชนิดที่ชอบ ก็จะดีเช่นกัน
ทำแล้วจะสบายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน แบบที่ว่า เอาเงินกี่ล้านมาซื้อก็ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องทำเองนั่นแหละโยม.

เคยมีปลูกเอาไว้หลังบ้านเหมือนกัน เป็นกะเพรากับโหระพา
ปลูปไปปลูกมา เหลืออยู่ไม่กี่ใบ แหะๆ
แต่พอมันขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็เด็ดเอาไปให้แม่ผัดกิน อิอิ ปลอดสาร 100%
.. แม้ว่าใบมันอาจจะเหี่ยวไปบ้างเล็กน้อย
เดี๋ยวนี้มันชักจะไม่รอดแล้ว เพราะทำเลไม่ค่อยดี ไม่มีแดด โดนบ้านบัง -*-
สมัยที่ยังอยู่บ้านกับพ่อ-แม่ ก็เคยมีสวนแบบนี้อยู่เหมือนกันครับ
ตอนนี้มาอยู่คนเดียวในห้องเล็กๆ ก็พยายามจะหามาต้นไม้มาปลูก
ที่ปลูกอยู่ก็ไม่ใช่จำพวกผัก เพราะไม่มีเวลาดูแล
(เดือนนึงอยู่ห้องแค่ 10 วัน ช่วงปลายเดือนเองครับ)
แต่ถ้าสักวันมีบ้านเป็นของตัวเอง..รับรอง ไม่พลาดแน่ๆ ครับ
ดีครับหนูมายด์ ก็ลองย้ายตามแดดดูนะ ที่ปลูกเองอร่อยกว่าซื้อนาจาบอกห้ายยย!
NaiNhum มีความตั้งใจไว้ก็เยี่ยมแล้วครับ เจตนาเป็นทิศชี้นำการกระทำ ว่าเข้าไปนั่น เมื่อมีโอกาสก็อย่าลืมปลูก ความอร่อยแท้ๆจะมาเยือน