เมื่อ “เลขเด็ด” ลอยมาทาง SMS : ตอกย้ำสื่อการตลาดแบบ “ตรงถึงตัว ไม่ตกหล่น เล็งผลได้”
Posted by โกศล อนุสิม on
May 3, 2008

ภาพประกอบจาก thaitelephone.com
…………
เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2551 ผมได้รับข้อความสั้นหรือ SMS (Short Massage Service) ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกเจ้าจะส่งไปให้ผู้ใช้บริการ บางวันก็มากเกินไปจนสร้างความรำคาญ แต่ก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องของการตลาดภาคบังคับ ที่ผู้บริโภคจำยอมต้องรับสภาพ คงร้องเรียน สคบ. ไม่ได้ เพราะไม่เกี่ยวกับปัญหาคุณภาพของการบริการ
SMS ที่ผมได้รับดังกล่าวคงไม่สร้างความแปลกใจให้ ถ้าเป็นเรื่องการขายสินค้าปกติทั่วไป เช่น ริงโทน โหลดเพลง หรือบริการอื่นๆที่บอกว่าฟรี แต่คราวนี้ผมต้องแปลกใจที่ไม่ใช่ของพวกนั้น แต่เป็นสินค้าใหม่ที่เพิ่งจะเห็นเข้ามาทำการตลาดผ่าน SMS นั้นคือ “เลขเด็ด”
ข้อความที่ส่งมาเขียนว่า “งวดนี้อยากรวย โทร 8811 กด 4 ได้เลขเด็ดโดนใจแน่นอน + ลุ้นค่าโทร 100 บาททุกวัน (5บ/น)” โดยส่งมาเมื่อเวลา 13:37:31 ผู้ส่งคือ TrueMove ซึ่งเป็นเจ้าของบริการโทรศัพท์มือถือที่ผมใช้อยู่
ความรู้สึกแรกที่ได้อ่านข้อความก็คือ ประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง ต่อมาก็คือรู้สึกทึ่งเป็นอันมาก และตามมาด้วยความรู้สึกที่เป็นกังวลถึงการใช้ SMS เป็นช่องทางการสื่อสาร ว่าจะถูกนำไปใช้ในการทำการตลาดของสินค้าที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ และการส่งข้อความผ่านทาง SMS ของผู้ให้บริการต่างๆ มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับควบคุมแล้ว หรือว่าปล่อยให้เป็นไปโดยเสรี
แต่ตอนนี้จะขอพักเรื่องความห่วงกังวลนั้นไว้ก่อน มาพูดถึงเรื่องการทำตลาดผ่าน SMS ดูสักหน่อยว่า ทำไมสินค้าที่เป็นสีเทาอย่าง “เลขเด็ด” จึงมาเข้ามาเป็นผู้เล่นอีกรายหนึ่งในช่องทาง SMS นี้แล้ว นับเป็นสิ่งที่น่าคิดพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง
ผมได้ค้นหาข้อมูลงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้ SMS ซึ่งมีทั้งงานวิจัยของไทยและต่างประเทศที่น่าสนใจ โดยจะขอยกตัวอย่างมาให้ดูสัก2-3 กรณี ดังต่อไปนี้
1.ข้อมูลจาก เว็บไซต์ sms.gistz.com แสดงบริการเสริมของโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของไทย คือ AIS ในปี 2549 มีจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเฉพาะของ AIS แบบเติมเงิน 15.75 ล้านราย แบบจ่ายรายเดือน 1.87 ล้านราย ในจำนวนนี้ มีผู้ใช้บริการเสริม SMS จำนวน 32% มากกว่าการใช้บริการอื่นๆ เช่น เพลงรอสาย เกมส์ เป็นต้น และข้อมูลการรับรู้สื่อโฆษณาผ่านทาง SMS ผลสำรวจเป็นรายเดือน ช่วงอายุ 15-19 ปี รับรู้ 36% ช่วงอายุ 20 -24 ปี รับรู้ 40 % ช่วงอายุ 25-29 ปี รับรู้ 29 % ช่วงอายุ 30-39 รับรู้ 18% ช่วงอายุ 40 ขึ้นไปรับรู้ 18 %
2. ข้อมูลจากการศึกษาทดลอง การทดลองใช้บริการส่งข้อความสั้น (SMS) ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ในการสอนความหมายและการสืบค้นคำศัพท์เฉพาะวิชาชีพในสาขาวิชาเทคโนโลยีเทคนิคศึกษา ของ รองศาสตราจารย์ ดร. กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์ () ที่ใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาปริญญาโท สาขาสาขาวิชาเทคโนโลยีเทคนิคศึกษาจำนวน 17 คน ชั้นปีที่ 1 ปีการศึกษา 2548 โดยใช้คำศัพท์จำนวน 28 คำ ใช้เวลาศึกษา 7 สัปดาห์จะมีคำศัพท์จำนวน 4 คำโดยในแต่ละสัปดาห์นักศึกษาจะได้รับคำศัพท์โดยการสุ่มผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่แต่ละสัปดาห์คนละ 1 คำศัพท์ ให้รายงานผลการสืบค้นความหมายของคำศัพท์ในชั้นเรียนในสัปดาห์ต่อไป การส่งคำศัพท์จะส่งล่วงหน้าก่อนวันรายงานในชั้นเรียนแตกต่างกัน ด้วยวิธีการสุ่มตั้งแต่ 1 วันจนถึง 7 วันก่อนนำเสนอรายงานในชั้นเรียน ผลการศึกษาปรากฏว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมีค่าเฉลี่ยที่ 68.82 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนับเป็นระดับที่น่าพอใจ และกลุ่มตัวอย่างก็ไม่มีปัญหาหรือความยุ่งยากในการใช้วิธีการนี้แต่อย่างใด
3. คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี 2547 ได้วิจัยเรื่อง RED LINE การใช้โทรศัพท์เป็นช่องทางในการติดต่อระหว่างกัน ผลวิจัยระบุว่า การใช้ SMS เป็นช่องทางหนึ่งในหลายๆช่องทางที่ทำให้เยาวชนไทยติดต่อสื่อสารชักชวนกันความสัมพันธ์ทางเพศก่อนวัยอันควร แม้จะไม่ใช่การวิจัยเรื่อง SMS โดยตรงแต่ผลที่ปรากฏก็ชี้ชัดว่า อิทธิพลของ SMS นั้นมีอยู่จริง
แม้ข้อมูลที่ผมนำมาให้ดูข้างต้นนั้น เป็นข้อมูลค่อนข้างเก่า ซึ่งปัจจุบันนี้ข้อมูลดังกล่าวย่อมเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ซึ่งแน่นอนว่า ด้วยจำนวนคนใช้โทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้น เพราะราคาเครื่องและค่าโทรศัพท์ถูกลงมาก ย่อมจะทำให้ข้อมูลดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไปในทางที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น แต่ผลการศึกษาที่อกมานั้นได้บอกอะไรเราหลายประการ คือ
ประการแรก การใช้ SMS ได้รับความนิยมมากกว่าบริการเสริมอื่นๆ อันแสดงให้เห็นว่า SMS นั้นคือการสื่อสารที่เข้าถึงตัวผู้รับโดยตรงและไม่ตกหล่นจนทำให้ผู้รับพลาดจากข่าวสาร เพราะข้อความถูกเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือ สามารถอ่านซ้ำได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่ผู้รับไม่ได้ลบทิ้ง หากมีความพึงพอใจข่าวสารก็เก็บไว้ได้นานตามความต้องการ หากไม่พึงพอใจก็สามารถลบทิ้งได้ทันที
ประการต่อมา การใช้ SMS นั้นนอกจากตรงถึงตัวและไม่ตกหล่นแล้ว ยังได้ผลในอัตราที่สูงอีกด้วย ดังผลการศึกษาทดลองของ รองศาสตราจารย์ ดร. กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์ ที่สร้างผลสำฤทธิ์ในการศึกษาถึง 68 เปอร์เซ็นต์ และผลการวิจัยของคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็ตอกย้ำถึงอิทธิพลของ SMS ที่มีต่อผู้รับว่ามีสูงมากเพียงใด ดังนั้น ผู้ส่ง หรือเจ้าของข่าวสาร จึงมั่นใจได้ว่า การส่ง SMS เพื่อหวังผลในด้านการตลาด หรือด้านอื่นๆ นั้น คุ้มค่าแก่การลงทุนอย่างแน่นอน
ดังนั้น เราจึงเห็นบรรดาเจ้าของสินค้าและผู้ให้บริการข้อมูลข่าวสาร ต่างเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารผ่าน SMS เพื่อทำการตลาดสินค้าและบริการของตน SMS จึงนับว่าเป็นสื่อที่ได้ผลอย่างหนึ่ง เพราะถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแน่นอน
ข้อมูลจาก sms.gistz.com อีกเช่นกันที่ระบุว่า SMS ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในด้านการตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมการขาย โดยนำมาใช้ประยุกต์ใช้ในรูปแบบต่างๆ เช่น SMS Coupon , SMS Discount , SMS For CRM นกจากนี้ยังใช่ในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เพราะ SMS เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และประหยัดกว่าการใช้สื่อแบบเดิมอื่นๆ เช่น โทรศัพท์ จดหมายข่าว โทรทัศน์ วิทยุ การวิจัยและแสดงความเห็นก็ใช้ SMS ด้วยเช่นกัน เพราะช่องทางให้ลูกค้าแสดงความคิดเห็น ตอบกลับหรือระบุความต้องการอย่างตรงไปตรงมาได้เป็นอย่างดี
เมื่อเป็นดังนี้ ผมจึงเข้าใจว่า เหตุใดธุรกิจ หรือบริการสีเทาอย่าง “เลขเด็ด” จึงลอยมาถึงผู้รับทาง SMS เป็นการใบ้หวยที่ทันสมัย เข้ากับวิถีชีวิตของคนยุคดิจิตอลโดยแท้ ไม่ต้องซื้อพวงมาลัยไปไหว้เจ้าพ่อเจ้าแม่ใดๆ ไม่ต้องลงแรงไปขูดต้นเสาหรือต้นไม้ให้เมื่อมือ เพียงแต่ “งวดนี้อยากรวย โทร 8811 กด 4 ได้เลขเด็ดโดนใจแน่นอน” นอกจากได้เลขเด็ดโดนใจแล้ว ยังมีของแถมคือ “ลุ้นค่าโทร 100 บาททุกวัน” โดยจ่ายแค่ “5 บาทต่อนาที” ถ้าเกิดว่าซื้อหวยไม่ถูกแต่ได้ค่าโทรคืนก็นับว่าไม่ขาดทุนมาก แต่ถ้าหากเกิดถูกทั้งหวยและได้ทั้งค่าโทรด้วย ก็กำไรเห็นๆ
นับว่าถูกจริตคนไทยดีแท้ แต่ผลจะ “เด็ด” ตามโฆษณาหรือไม่นั้น ผมก็ไม่ได้ใช้บริการที่ว่านี้ จึงไม่ทราบผล
แม้เป็นที่น่ายินดีกับผู้ส่งสารคือเจ้าของสินค้าและบริการต่างๆ ที่ข้อความส่งถึงเป้าหมายแบบ “ตรงถึงตัว ไม่ตกหล่น เล็งผลได้” และผู้รับสารก็ไม่พลาดข่าวสารดังกล่าว แต่ที่น่าวิตกกังวลก็คือ นอกจากหวยแล้ว จะมีธุรกิจสีเทาอื่นๆ หรือแม้กระทั่งสีดำ เข้ามาใช้บริการ SMS นี้ในกาลข้างหน้าหรือไม่ มีกฎหมายควบคุมรัดกุมหรือยัง จึงขอฝากคำถามนี้ไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ให้บริการ SMS คือบริษัทให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกแห่ง ให้พิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลดีผลเสียก่อนที่จะให้บริการสินค้าและบริการแต่ละชนิดผ่านบริการของตน
เมื่อทราบถึงประสิทธิผลและอิทธิพลของ SMS ที่มีต่อผู้รับโดยเฉพาะเยาวชนของชาติแล้ว โปรดพิจารณาให้จงหนัก ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม มิใช่เพื่อกำไรทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว.





26 Responses to “เมื่อ “เลขเด็ด” ลอยมาทาง SMS : ตอกย้ำสื่อการตลาดแบบ “ตรงถึงตัว ไม่ตกหล่น เล็งผลได้””
“ลุ้นค่าโทร 100 บาททุกวัน”
แฮะ ๆ ๆ ๆ งวดนี้ออก 001 สองครั้งเลย ฮ่าฮ่าฮ่า
By เอก on May 3, 2008
ล็อกหรือเปล่าครับคุณเอก
เห็นว่าล็อก 555
ก็ว่าไป ใครรวยน้อ
By admin on May 3, 2008
เป็นเอนทรี่ที่โดนใจมาก ๆ ค่ะ ส่วนตัวก็กำลังเบื่อกับ sms โฆษณาอยู่ บางทีก็คิดนะว่า บ. มือถือเขามีสิทธิ์อะไรมายัดเยียดโฆษณาน่ารำคาญเหล่านี้ให้เรา ในเมื่อเราก็ใช้บริการของเขาแล้ว จ่ายเงินให้แล้ว ยังจะตามมาหลอกหลอนกันไม่สิ้นสุดอีก
ดิฉันว่า “สิทธิผู้บริโภค” ของเรากำลังถูกริดรอนนะ
By mafee on May 4, 2008
ขอบคุณครับ คุณmafee ที่มาร่วมพูดคุยครับ ผมก็แอบไปอ่าน ที่ mafee วิจารณ์หนังสือเรื่อยๆนะครับ
ผมก็คิดเช่นเดียวกันว่า หลายๆครั้งเราถูกคุกคามรบกวนจาก SMS ที่เราไม่ต้องการนั้น บางวันมาบ่อยจนรำคาญน่ะครับ เหมือนกับเราถูกคุกคามบีบบังคับให้ต้องรับในสิ่งที่เราไม่ได้ประสงค์ ผมไม่รู้ว่ามีกฎข้อบังคับใดที่จะมาคัดค้านการส่งนี้ได้
จุดประสงค์ของผมในการใช้โทรศัพท์มือถือก็คือ เอาไว้ติดต่อสื่อสารตามจำเป็น ไม่ได้ต้องการของพวกนั้น
เรื่องนี้คงต้องหาโอกาสแสดงกำลังและส่งเสียงกันบ้างแล้ว
By admin on May 4, 2008
เห็นด้วยกับคุณโกศล เพราะเจอเรื่องแบบนี้เป็นประจำ
บางทีพิมพ์ข้อความไปบอกว่าไม่ต้องส่งมาแล้ว
ก็ยังส่งมาอีกตั้ง 5-6 ครั้งกว่าจะหยุดส่ง
เชิญชวนรับข่าว ดูหมอดู ฯลฯ
เคยทดลองรับดู
น่ารำคาญมากเดี๋ยวก็ติ๊ดเดี๋ยวก็ติ๊ด
ไม่เป็นอันทำงานทำการเลย
By yawaiam on May 5, 2008
บอกตรงๆว่า รู้สึกรำคาญมากครับ ผมจัดการโดยโทรไปที่ Call Center ของผู้ให้บริการและแจ้งว่าไม่ต้องการรับ SMS ลักษณะแบบนี้ ช่วยกรุณาอย่าส่งมารบกวนผมเลยครับ …
Call Center จัดการให้ได้ครับ แต่เฉพาะส่วนที่ส่งจากเขาเท่านั้น แต่ถ้าเป็นกรณีจากผู้โฆษณาอื่นนั้นไม่สามารถระงับการส่งได้ครับ
แล้วผู้โฆษณษารายอื่นนั้นเขาไปเอาเบอร์เรามาจากไหนกันละ???
ได้รับคำตอบว่า..ก็มาจากเวลาที่เราไปลงทะเบียน หรือสมัครกรอกข้อมูลส่วนตัวพวกนี้ไว้ ทั้งในแบบ “ออนไลน์” และแบบ “ออฟไลน์” ตามแบบสอบถามหรืออะไรก็แล้วแต่ ข้อมูลของเราเหล่านี้ถือว่าเป็นของมีค่ามากครับ มีค่ายังกับทองคำ ก็ว่าได้สำหรับนักการตลาดยุคใหม่ (ยุค 2.0 เป็นต้นมา)
By MiMD on May 5, 2008
ขอบคุณครับ คุณ yawaiam ที่มาร่วมสนทนา
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อาจจะต้องทนไป คงหนีไม่พ้นล่ะนะ เหมือนแต่ก่อนเราได้รับจดหมายขยะ เต็มตู้รับจดหมาย ต่อมาก็อีเมล์ขยะเต็มบ็อกซ์ เดียวนี้ก็ sms ขยะ ต่อไปจะอะไรขยะอีกหนอ
คิดในแง่ดีก็ทำให้เรารู้ว่า เดียวนี้นักการตลาดเขาเล่นอะไร คิดตามไปก็เพลินๆได้เหมือนกัน
By admin on May 5, 2008
ขอบคุณครับ MiMD เมื่อวานนี้ผมเพิ่งไปนาคูมาครับ ไปที่ลาดชะโดด้วย เดียวนี้เป็นเทศบาล ทำป้ายสวยงามใหญ่โต ลาดชะโดเริดกว่าใครนะครับแถวนั้น
ขอบคุณที่บอกวิธีกำจัด sms ผมจะบอกเขาให้งดส่งให้บ้าง ส่วนที่มาจากที่อื่นๆก็คงโทรไปตามเบอร์ที่ส่งมา เพื่อนๆที่รำคาญก็คงพอมีทางออกแล้วนะครับ ทำตามที่คุณ MiMD บอกไว้ก็น่าจะลดลงได้บ้าง
ได้ผลยังไงก็บอกเล่าให้กันฟังบ้างนะครับ
By admin on May 5, 2008
อ่านบทความแล้วรู้สึกเห็นด้วย นะครับ ลุงโกศลเพราะเหมือนกับว่าเราไม่มีความเป็นส่วนตัว
เลยครับบางครั้งก็ข้อความอะไรบ้างก็ไม่รู้เข้ามา….
ุ
By taledee on May 5, 2008
สวัสดี taledee ขอบคุณที่มาร่วมคุย
เดี๋ยวนี้ความเป็นส่วนตัวถูกรุกรานด้วยเทคโนโลยี ที่เราใช้มันเพื่อตอบสนองความต้องการของเรานี่แหละ และได้ของแถมมาโดยที่ไม่ยินยอมพร้อมใจ แต่เป็นเหมือนภาคบังคับ ทำให้เราต้องรู้สึกรำคาญและเหมือนถูกคุกคาม
ไม่รู้ว่าพวกเจ้าของสินค้าและบริการ จะคิดอย่างไร จะได้ผลจริงๆหรือ เพราะสร้างความรำคาญให้ผู้คน
หรือว่าคนขี้รำคาญมีเพียงแค่ส่วนน้อย อย่างพวกเรานี้เท่านั้น.
By admin on May 5, 2008
มีแต่เมืองไทยมั้งคะ ที่ผู้คนยังพะวงกับการเสี่ยงโชคอยู่มาก
การเสี่ยงโชคแฝอยู่แทบทุกเรื่องเลยนะคะ ลองสังเกตดู
By xanax on May 6, 2008
จริงหรือครับพี่โกศล ผมพึ่งไป ลาด’โด มาเมื่อวันอาทิตย์นี้เอง สงสัยจะคลาดกันแน่ เสียดายครับ!!
การกลับไปคราวนี้ ที่นั้นมีเรื่องให้ผมแปลกใจ ให้สงสัยเยอะมากๆ ตั้งใจว่าจะเขียนลงบล็อก ในเร็วนี้ครับ
By MiMD on May 6, 2008
เห้นด้วยคนครับ แต่คนเราก็ชอบอยู่แล้วล่ะเสี่ยงโชค แต่ถ้าเขาแม่นจริงเขาคงซื้อเองรวยเองไปแล้ว
ผมคิดว่าเขาน่าจะให้คนละเบอร์ ๆ ใครถูกก็ฟรุ้คไปล่ะมั้ง
By Ma_Lii on May 6, 2008
สวัสดีอีกครั้งครับ MiMD เพิ่งมาจากลาดชะโดด้วยรึ เห็นแล้วสิว่าเทศบาลลาดชะโดนะรวยขาดไหน สำนักงานก็ใหญ่ ซุ้มประตู็ใหญ่ กว่าใครเพื่อน
รีบๆเขียนนะจะไปอ่าน
By admin on May 6, 2008
สวสดีครับคุณMa_Lii ขอบคุณที่เยี่ยมเยือน
ที่บอกมานั้น แหม! อยากให้พวกส่ง sms หวย ใบ้หวยได้ยินจัง ถ้าซื้เองแล้วรวยคงไม่มานั่งใบ้หวยหรอกนะ แหม…ทำไปด้ายยย
By admin on May 6, 2008
ชอบเสี่ยงโชคเหมือนกัน อิอิ
แต่ไม่เค้ย ไม่เคยได้ อิอิ
เห็นด้วยมากๆเลย พวกใบ้หวย ถ้าแม่นจริง ทำไมไม่ซื้อเองเน่อะ
รวยไปเลย ไม่ต้องมานั่งเปิดบริการใบ้หวย 555+
By Mind on May 7, 2008
ขออนุญาต ทำลิ้งค์มาหาลุงนะเด้อออ
By Mind on May 7, 2008
เราก็ชอบเสี่ยงโชคมาก แต่ไม่เคยถูกหวยเลย
By Balloon on May 7, 2008
ขอบอกว่า เห็นด้วยครับ
น่าเบื่อมากเลย ไอ้ข้อความโฆษณาไม่พึงประสงค์เนี่ย…
แวะมาแนะนำตัวครับ
หวัดดีครับ
By iAke on May 7, 2008
เบื่อจังเลย SMS Spam เนี่ย โฆษณาทั้งหลายแหล่ พ่อผมบอกว่าน่าฟ้อง สคบ แต่ก็ทำไรไม่ได้อยู่ดี ผมเลยเซ็งไปเลย
By Mekz on May 7, 2008
สวัสดีครับหนูมายด์ (Mind) ก้อย่าเสี่ยงมากนะหนูนะ อันที่จริงก็ไม่ต้อเสี่ยงหรอก เพราะไม่ได้ เอ๊ะ ถ้าได้ก็ไม่เรียกว่าเสี่ยงสินะ เอาเป็นว่าอย่าให้มากก้แล้วกัน
เรื่องทำลิงค์นั้นได้เลยจ้ะ บล็อกหนูลุงไปดูมาแล้ว สีสันสดใสดีจริงๆ
By admin on May 7, 2008
สวัสดีครับ คุณBalloon ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยือน อย่าเสี่ยงมากนะครับ ผมก็ไม่ถูก เหอๆๆ
By admin on May 7, 2008
สวัสดีครับคุณ iAke ยินดีที่รู้จักครับ คนเดียวกับ Iake.blogspot.com หรือเปล่าครับ สะกดเหมือนกันเลย
By admin on May 7, 2008
น้อง Mekz เบื่อก็ทนเอาล่ะนะ ลุงก็เบื่อแหละ ก่อนจะพิมพ์นี่ก็ติ๊ดๆอีกแล้ว หลายติ๊ดแล้ววันนี้
By admin on May 7, 2008