Blog, Blogger ในฐานะ Citizen Journal, Citizen Reporter
ปัจจุบันบล็อกไทยขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งบล็อกเดี่ยวๆที่บล็อกเกอร์ทำขึ้นมาโดยใช้ซอฟท์แวร์ของผู้ให้บริการฟรี อาทิ Word Press หรือเขียนขึ้นมาเอง และ Free Blog ที่มีอยู่มากมายทั้งของไทยและต่างประเทศ รวมถึง บล็อกขององค์กรต่างๆ ที่เปิดให้คนทั่วไปทำบล็อกฟรี ซึ่งจำนวนบล็อกที่แท้จริงนั้น ไม่มีใครได้สำรวจอย่างจริงจัง แต่ก็น่าจะใกล้เคียงกับจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ต เพราะเมื่อรู้จักใช้อินเตอร์เน็ตแล้ว คงมีน้อยคนที่ไม่รู้จักบล็อก
Blog ได้กลายเป็นคลื่นแห่งการสื่อสารลูกใหม่ของศตวรรษที่ 21 ที่สืบเนื่องมาจากผลของ “คลื่นลูกที่สาม” ใน ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ตามทฤษฎีของ อัลวิน ทอฟเลอร์ ที่แบ่งสังคมมนุษย์ออกเป็น 3 ช่วงใหญ่ๆ คือ ช่วงคลื่นลูกที่ 1 ยุคการเกษตร คลื่นลูกที่สอง ยุคอุตสาหกรรม และคลื่นลูกที่สาม ยุคข้อมูลข่าวสาร ซึ่งการเกิดขึ้นของ Blog นั้นย่อมเป็นผลพวงมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร (Information and Communication Technology-ICT) และ Blog ก็เป็นส่วนหนึ่งของ ICT ดังกล่าว โดยมีสถานะเป็น ทั้ง Technology และ Information and Communication ด้วย
คลื่นลูกที่สามได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแก่สังคมอย่างรวดเร็วและแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะเทคโนโลยี ICT ได้สร้างสรรค์เครื่องมือสื่อสารใหม่ๆที่เปิดโอกาสให้ปัจเจกชนสามารถเข้าถึงและใช้งานได้ทุกระดับชั้น เทคโนโลยีเหล่านี้กระจายไปได้ทุกซอกมุมของโลก ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะ Blog เท่านั้นครับ
Blog ได้กลายเป็นเครื่องมือสื่อสารที่คนธรรมดาสามารถเป็นเจ้าของและสร้างเนื้อหาเองได้อย่างอิสระ เป็น “การสื่อสารผ่านบล็อก” ที่เป็นทางเลือกใหม่ของทั้งผู้ส่งสารและผู้รับสาร ก่อให้เกิดรูปแบบของสื่อสมัยใหม่ขึ้นมาอีกชนิดหนึ่ง ที่จัดเข้าอยู่ในสื่อภาคพลเมือง (Citizen Journal) โดยแต่ละ Blog ก็คือสื่อดังกล่าว และ Blogger ก็เป็นนักข่าวพลเมือง ( Citizen Reporter) ที่เสนอข่าวสารในมุมมองและในเรื่องที่ตนเองสนใจ
โดยส่วนตัวแล้ว ผมเชื่อว่า ขณะนี้พวกเรา Blogger แต่ละคนได้ทำหน้าที่นักข่าวพลเมือง ของตัวเองอย่างแข็งขัน โดยอาจจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม ทุก Post ทุก Entry ที่เราส่งขึ้นบล็อกนั้นก็คือข้อมูลข่าวสารที่เราสร้างขึ้นมา เป็นเนื้อหา (Content) ที่เราสร้างสรรค์และควบคุมทุกขั้นตอนเองทั้งสิ้น แสดงให้เห็นถึงทัศนคติ มุมมอง ความคิด ของเรา ต่อสิ่งใดๆ หรือเหตุการณ์ใดๆ ที่กระทำได้โดยอิสระและเสรี ไม่มีใครมาควบคุมได้ สิ่งที่ควบคุมการนำเสนอเนื้อหาก็คือ จิตสำนึกและความรับผิดชอบของบล็อกเกอร์เอง ว่าจะคัดเลือกเนื้อหาชนิดใดนำเสนอ และโดยส่วนมากแล้ว ย่อมจะคัดเลือกเนื้อหาที่พิจารณาแล้วว่าเป็นประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งนำเสนอในบล็อกของตน
บล็อกเกอร์ในฐานะปัจเจกชน อาจนำเสนอเนื้อหาที่สุดโต่งได้ ตามความคิด ความเชื่อ และบรรทัดฐานของสังคมที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ ความคิด ความเชื่อ ของปัจเจกชนนั้น มีความสุดโต่งได้โดยอ้างในสิทธิแห่งมนุษยชน และเสรีภาพอันเป็นพื้นฐานสำคัญที่สังคมมนุษย์ยึดถือ แต่ก็ลืมไปว่า ขอบเขตของสิทธิและเสรีภาพนั้น ย่อมไม่เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพผู้อื่น ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นทั้งในทางตรงและทางอ้อม จึงเห็นอยู่เสมอว่า บล็อกเกอร์ผู้เป็นปัจเจกชนสุดโต่งจำนวนหนึ่ง ได้นำเนื้อเนื้อหาโดยอ้างสิทธิและเสรีภาพเกินขอบเขต เผยแพร่ในบล็อกของตน อันเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น
ในทางตรงกันข้าม บล็อกเกอร์ที่ทำหน้าที่ตนเองในในฐานะ Citizen Reporter ทั้งที่เป็นโดยตั้งใจและเป็นไปตามธรรมชาติจะมีการคัดเลือกข่าวสารด้วยความรับผิดชอบ โดยมุ่งประโยชน์เป็นหลัก ไม่ละเมิดหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ในจำนวนบล็อกเกอร์ที่มีอยู่นับล้านๆคนนั้น เป็นที่น่ายินดีว่า ต่างก็ยึดมั่นในหลักการแห่งสื่อภาคพลเมืองและทำหน้าที่เป็นนักข่าวพลเมือง มีเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่เป็นพวกปัจเจกชนสุดโต่งที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบในทางเสียหายต่อผู้อื่น ชุมชน และสังคม
โดยศักยภาพของปัจเจกชนนั้น แต่ละคนสามารถที่จะเป็นอะไรก็ได้ โดยเฉพาะการเป็นคนดี ที่มีจิตอาสา พร้อมที่จะทำเพื่อผู้อื่นได้ โดยไม่ให้ตนเองเดือดร้อน ด้วยความเชื่อมั่นดังกล่าว ผมจึงขอเชิญชวนให้พวกเราเหล่าบล็อกเกอร์ทั้งหลาย ที่เป็นปัจจเจกชนคนอิสระ ได้ช่วยกันทำหน้าที่นักข่าวพลเมือง และสร้างบล็อกของเราให้เป็นสื่อภาคพลเมืองตามความรู้และความถนัดของแต่ละคน เพื่อยกระดับทั้งตัวสื่อคือ Blog และตัวสารคือ Content และ ผู้ส่งสาร คือ Blogger ให้เกิดการพัฒนายิ่งขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทุกๆคนที่เรียกกันว่า “ส่วนรวม” หรือ “สังคม” หรือ “โลก” นั่นเองครับ

พร้อมจะเป็นบล็อกเกอร์ที่ดี
พร้อมจะทำเพื่อคนอื่น
โดยตนเองไม่เดือดร้อน
เพียงแค่ใช้เทคโนโลยีให้เป็น ไม่ต้องสร้างใหม่
ขอเป็นกำลังใจให้พี่โกศลอีกแรงนะครับ สู้ๆ
สวัสดีครับ คุณyawaiam ขอบคุณที่ร่วมคิดครับ
ยินดีครับทีมีบล็อกเกอร์ประกาศตัวเช่นนี้ เราทำเท่าที่สามารถทำได้ คนละนิดคนละหน่อยรวมกันเข้าก็เป็นมาก หลายๆมากก็เป็นมหาศาล เหมือนที่ในหลวงทรงตรัสว่า เราช่วยกันปิดทองหลังพระ ปิดหลังพระมากๆก็ล้นออกมาหน้าพระเอง คือทำมากๆคนก็เห็น หรือช่วยกันทำคนละนิดหน่อยก็รวมกันเป็นมาก เกิดประโยชน์เพิ่มพูน
ผมเข้าใจที่พระองค์ทรงตรัสว่าดังนี้แหละครับ และก็พยายามทำอยู่เช่นกัน
สวัสดีโอ๊ต ขอบคุณมากที่มาเยี่ยมเยือนและให้กำลังใจในการเขียนบล็อก
ที่โอ๊ตพูดมานั้นผมก็เห็นด้วย เราใช้เทคโนโลยีให้เป็น ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ย่อมจะเป็นการดีอย่างแน่แท้ แต่อย่างว่าล่ะ คนเราก็มีทั้งฝ่ายที่ชอบทำร้ายๆ กับฝ่ายที่ชอบดีๆ ขึ้นอยู่กับเราจะยืนอยู่ฝ่ายไหน
อันที่จริงเราก็มีดี มีเลวในตัวเองทุกคน เพียงแต่ว่า เราจะเลือกเอาอะไร
นอกจากเขียนบทความที่เป็นประโยชน์แล้ว
คุณโกศลได้ให้ความสนใจทุกความคิดเห็น
ถือเป็นคุณสมบัติที่น่ายกย่องอีกอย่างหนึ่งของบล็อกเกอร์คุณภาพ
Cheers!!
คุณโกศลเขียนบทความได้ดีมากเลยครับแล้วผมจะำนำไปเป็นตัวอย่าง
ครับผม
ขอบคุณครับ คุณyawaiam ที่มาเยี่ยมอีกครั้ง
ผมก็ต้องขอบคุณเพื่อนๆที่อ่านครับ ที่แสดงน้ำใจอ่านและร่วมคุยกับผม ผมก็พยายามคุยกับทุกๆท่านครับ สั้นบ้างยาวบ้าง อันเป็นสิ่งที่เจ้าบ้านควรกระทำ เว้นแต่ถ้าไม่ได้อยู่บ้านนานๆ ก็อาจเข้ามาคุยด้วยช้าไปบ้างน่ะครับ ต้องขออภัย
Thanks, Lady Xanax,
Nice to meet you,
Wish you always happy and beauty.
(ไม่รู้เขียนถูกหรือเปล่าอิอิ)
ขอบคุณครับ คุณ Taledee ขอให้พลังในการสร้างสรรค์ทวีคูณนะครับ
เป็นบทความที่อ่านแล้วรู้สึกดี
ฉันเองคงเป็นได้ไม่ถึง Citizen reporter อ่ะค่ะ ทุกวันนี้ก็เขียนไปวัน ๆ ตามอารมณ์เฉพาะหน้า จะเรียกว่าเขียนเพื่อตัวเองก็คงไม่ผิด ไม่รู้จะจำกัดความตัวเองว่าเป็นอะไรดี ^^”
ไม่ต้องคิดมากครับ คุณmafee เราคิดอะไนก็เขียนสิ่งนั้น ขอเพียงไม่สร้างผลลบแก่เราและคนอื่น ที่คุณ mafee เขียนอยู่ เช่น การวิจารณ์หรือรีวิวหนังสือ นั่นก็เป็น ชี้ข้อีด ข้อด้อย แสดงความคิดต่อเรื่องนั้นๆ ก็เป็น Citizen reporter แล้วนะครับ คือให้ข้อมูลข่าวสารแก่สาธารณะนั่นเอง
อ้อ ขอแนะนำเพื่อนๆ ใครชอบอ่านหนังสือญี่ปุ่น กับชอบดูหนังฟังเพลง ไปที่บล็อกของคุณ mafee สิครับ ได้อ่านเรื่องที่ชอบใจสักเรื่องแน่ๆ