เจ้าชีวิต

ตาลเดี่ยว

ใครเคยสังเกตบ้างว่า ชีวิตของคนเรานี่แปลกมาก  ดูเหมือนว่าเราสามารถควบคุมได้  บังคับให้อยู่ในกำมือของเรา  แต่พอเอาเข้าจริงแล้ว  กลับไม่ใช่  เราไม่สามารถควบคุมชีวิตให้อยู่ในกรอบและเกณฑ์ที่เราต้องการได้เสมอไป  เรากลับเป็นฝ่ายต้องเดินตามชีวิต  มันจะพาไปไหนเราก็ต้องตามต้อยๆ   ทุกข์สุขอย่างไรก็แล้วแต่ชีวิตจะเป็น

ในทุกงานที่ผ่านมา  พบได้พบเห็นคนเป็นจำนวนมาก ที่ถูกชีวิตบังคับควบคุม  ทั้งๆที่ดูเหมือนว่าแรกเริ่มเดิมทีนั้น เขาเป็นฝ่ายควบคุมชีวิต  เป็นเจ้าแห่งชีวิตของตนเอง

อย่างเช่นเรื่องนี้ที่ผมเกี่ยวข้องเมื่อสิบปีกว่าก่อน…

นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่หลายคนในยุคสมัยที่ตนรุ่งโรจน์  มีชื่อเสียงโด่งดัง มีเพียงแค่เค้าโรงเรื่อง  ยังไม่ลงมือเขียน สำนักพิมพ์ก็จับจองจ่ายเงินให้แล้ว  เกียรติยศและสตางค์หลั่งไหลมาอย่างไม่ขาดสาย   มากเหมือนน้ำหลาก   ราวกับจะไม่มีวันหมด   ตอนนั้นแหละที่ชีวิตอยู่ในกำมือ จะใช้มันอย่างไรก็ได้  

 แล้ววันหนึ่งน้ำที่เคยหลากก็แห้งหายไปฉับพลัน  เหมือนน้ำป่าบ่ามาแรงก็แห้งไปเร็ว   เร็วจนตั้งตัวไม่ทัน 

            ผ่านยุคสมัยอันรุ่งโรจน์ไปแล้ว  ชีวิตที่เคยเป็นเจ้าของ  จะใช้มันอย่างไรก็ได้  กลับกลายเป็นว่าไม่สามารถจะใช้งานมันได้  ชีวิตกลับมาควบคุมเราไว้ในกำมือ

            เขามือตกหรือก็เปล่า  ยังเขียนหนังสือดีเช่นเดิม  แต่ชีวิตไม่ให้โอกาสเขาอีกแล้ว  เหมือนกับมันจะบอกว่า  เอ็งพอแล้ว  ใช้ข้าตามใจมามากแล้ว  ที่นี้ข้าจะใช้เอ็งบ้าง

            ชีวิตสั่งให้เขานำงานเขียนที่เป็นผลผลิตของมันสมองที่ปราดเปรื่อง  นั่นคือนวนิยายจากนักเขียนที่เคยถูกจองคิวตั้งแต่ยังไม่ได้เขียน  มาเสนอให้สำนักพิมพ์ต่างๆ พิจารณา  ด้วยหวังว่าจะมีสักแห่งยอมตีพิมพ์  เมื่อเห็นชื่อคนเขียนที่เคยยิ่งใหญ่

            “ผมขออ่านก่อนนะครับพี่”  ผมตอบ  คงเหมือนกับบรรณาธิการคนอื่นๆเคยบอกเขา  “ผมจะแจ้งให้ทราบทีหลัง  ต้องใช้เวลาพอสมควร  ต้นฉบับที่รอให้อ่านก็มีเยอะเหมือนกัน”

            ผมไม่รู้ว่าผมเป็นคนที่เท่าไรที่บอกเช่นนี้  แต่ที่แน่ๆ ผมคงไม่ใช่บรรณาธิการคนแรกและไม่ใช่คนสุดท้ายอย่างแน่นอน

            “ค่าต้นฉบับเราจ่ายตอนหนังสือพิมพ์เสร็จแล้ว”  ผมแจ้งให้ทราบเมื่อเขาถามเรื่องค่าพิมพ์  “ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วครับ ต้องพิมพ์เสร็จก่อน”

            ผมไม่อาจวัดปริมาณความผิดหวังในใจของเขาได้  ผมเห็นใจเหลือเกิน  แต่หน้าที่ของผมได้ขีดกรอบเอาไว้  แยกความรู้สึกส่วนตัวออกไปไว้อีกมุมหนึ่ง

            “ขอบใจมากน้อง”  เขาตอบ  “พี่เข้าใจ  เดียวนี้เป็นธุรกิจ”

            ผมอยากจะเบิกค่าเรื่องล่วงหน้าให้เขาเป็นที่สุด  แต่มันเป็นธุรกิจอย่างที่เขาบอก ไม่ใช่ยุคที่คนรุ่นเขาทำงานกัน  ผมก็ยังโล่งใจที่อย่างน้อยเขาก็เข้าใจการทำงานในยุคสมัยของผม

            มีคนอีกมากมายที่อยู่ในสภาพไม่ต่างจากคนนี้  ที่ผ่านวันเวลาแห่งความรุ่งโรจน์มาแล้ว  วันที่สามารถควบคุมความเป็นไปของชีวิตได้ผ่านเลยไป  บัดนี้ชีวิตกลับมาเป็นฝ่ายควบคุมบ้าง

            นโปเลียนที่เคยยิ่งใหญ่  กุมชีวิตของคนนับล้าน  บงการชีวิตของผู้อื่น  ควบคุมชีวิตของตนให้อยู่บนหัวของคนอื่นได้  แต่อยู่ๆชีวิตก็เล่นตลก  หันกลับมาบงการนโปเลียนบ้าง  ถึงแม้จะขัดขืน พยายามจะกลับคืนสู่ฐานะอันยิ่งใหญ่  แต่ชีวิตมันไม่ยอมให้นโปเลียนควบคุมอีกต่อไป   ผลสุดท้ายตายอย่างเดียวตายที่เกาะร้างกลางมหาสุทร

             คนที่ยิ่งใหญ่อย่างนโปเลียน  เคยอยู่บนจุดสูงสุด  เดินไปสู่จุดจบในด้านตรงกันข้ามมีอยู่นับไม่ถ้วน

            นักกีฬาที่เคยยิ่งใหญ่  กลายเป็นคนไร้ฝีมือในบั้นปลายก็มาก      

             นักขายที่เคยยิ่งใหญ่  อยู่บนยอดแห่งความสำเร็จ  วันหนึ่งกลับตกลงสู่พื้น  ตายไปจากอาชีพของนักขายก็มีไม่น้อย

              ผมจึงคิดว่าชีวิตนี้มันแปลกมาเหลือเกิน  เหมือนว่าเราจะควบคุมมันได้ แต่ก็ไม่ใช่  ขณะเดียวกันมันกลับเป็นฝ่ายควบคุมเรา  แต่ก็ปล่อยให้เราเป็นฝ่ายควบคุมมันบ้างบางช่วงเวลา

             คนที่ควบคุมชีวิตได้อย่างราบคาบจึงน่านับถือ  กำหนดให้ชีวิตเป็นอย่างที่ตนต้องการได้ตลอด หรือเมื่อสูญเสียก็สามารถกลับคืนมาเป็นฝ่ายควบคุมได้อีก  เป็นเจ้าชีวิตของตัวเองอย่างสมบูรณ์  คนแบบนี้นับว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่จนลมหายใจสุดท้าย

              ผมคงเป็นเหมือนคนจำนวนมากที่มักจะถูกชีวิตมันเล่นงานเอาบ่อยๆ   เราอยากให้เป็นแบบที่เราต้องการไม่ได้  เพราะมันคอยควบคุมบังคับให้เราเดินไปตามทางที่มันต้องการ  ซึ่งมันเป็นทางที่เราไม่ปรารถนาแน่นอน

              เมื่อใดที่ผมรู้สึกว่าถูกชีวิตมันเล่นงานเข้าแล้ว  ผมมักนึกถึงเรื่องราวของคนอื่นๆที่ถูกชีวิตเล่นงานแต่เขาไม่ยอมแพ้  โดยเฉพาะเรื่องของอดีตนักเขียนใหญ่ที่ผมเคยประสบมาเมื่อสิบปีก่อน ที่เขาตะลอนไปเสนองานตามสำนักพิมพ์ต่างๆแม้จะรู้ว่าถูกปฏิเสธ  ผมจึงบอกตัวเองเสมอว่าอย่าให้ชีวิตเล่นงานเราฝ่ายเดียว  ต้องสู้กลับทุกครั้ง

              ถึงตายก่อนที่จะชนะก็ยังมีศักดิ์ศรี  เพราะได้ต่อสู้เต็มที่แล้ว!  

 …

หมายเหตุ ข้อเขียนนี้ผมเขียนตีพิมพ์ในนิตยสาร Thailand Insurance เมื่อเดือน เมษายน 2546 ผมคิดว่าเนื้อหายังใช้ได้เสมอ จึงขอนำมาลงให้พวกเราได้อ่าน  (ได้พักการเขียนไปชั่วขณะหนึ่ง เขาเรียกว่าเอาของดองมาขายแทนของสด เหอๆ)

12 Responses to “เจ้าชีวิต”

  1. MiMD Says:

  2. taledee Says:

  3. Waipot Says:

  4. admin Says:

  5. admin Says:

  6. admin Says:

  7. yawaiam Says:

  8. admin Says:

  9. MiMD Says:

  10. xanax Says:

  11. admin Says:

  12. admin Says:

เชิญคุยกันที่นี่

XHTML: You can use these tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

KOSOLTALK.COM| Powered by WordPress | Blue Weed by Blog Oh! Blog | Entries (RSS) and Comments (RSS).